ใต้จารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าที่ซึ่งเป็นเขตแดนของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ดังนั้นแล้วจึงรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องมีใครคอยจับตามองอยู่อย่างลับ ๆ แน่นอน
และทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่นี้
คนเดียวที่สามารถควบคุมวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้โดยสมบูรณ์ก็มีเพียงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเท่านั้น!
‘เข้าใจแล้วครับ’
คิดแบบนั้นแล้วก็พยักหน้าตอบตกลงไป
จากนั้น
หลังจากที่ควบคุมกลิ่นอายและลมหายใจอยู่พักหนึ่งเพื่อให้ขั้นพลังเสถียร ฉู่โม่วก็ออกจากที่นี่ไป
…
โถงหลักวิหารราชันย์เทพยุทธ์
ชายหนุ่มเดินเข้าไปภายใน
ที่นั่นราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ ขณะที่มีราชันย์เทพยุทธ์อีกหลายคนยืนขนาบสองข้างกำลังมองมาที่ผู้เดินเข้ามาใหม่ด้วยความสนใจ
“ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าวิหารครับ”
ชายหนุ่มโค้งหัวทำความเคารพ
“ไม่ต้องทางการนักก็ได้”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางโบกมือ จากนั้นพูดด้วยความพึงพอใจ “เมื่อครั้งก่อนที่ฉันเห็นคุณ คุณเปรียบเสมือนของขวัญจากสรวงสวรรค์ แม้ว่าจะยังห่างไกลจากจ้าวยุทธ์ระดับสูง ทว่าเมื่อได้พบในครั้งนี้ คุณกลับได้ทลายขีดจำกัดของจ้าวยุทธ์และเป็นราชันย์ยุทธ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว… กล้าพูดได้เลยว่าเติบโตได้เร็วจริง ๆ”
ได้ยินเช่นนั้นฉู่โม่วก็ยิ้มออกมา
ในตอนนั้นเอง
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็พูดต่อ “การที่เรียกคุณมาในวันนี้ก็เพราะจะบอกเรื่องเขตแดนศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางหายไป และแทนด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นแ