กูลโจวครุ่นคิดอย่างช้า ๆ
เขารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลในการตายของสองพ่อลูก
ผู้เฒ่าพยายามคิดหาสาเหตุการตาย
บรรพบุรุษตระกูลโจวมองไปที่เหล่าผู้อาวุโสที่ยังคงมีสีหน้าซีดเผือดอยู่ จึงโบกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันรู้เรื่องนี้แล้ว พวกคุณไม่ต้องกังวล ฉันจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง!”
“ยังมีอีกเรื่อง… ไปจัดการส่งข้อความถึงทุกคนในตระกูลจะได้ไม่ต้องแตกตื่น ให้พวกเขาทำหน้าที่ของตนต่อไป!”
“แม้ตระกูลโจวจะสูญเสียราชันย์เทพยุทธ์และอัจฉริยะหนุ่มไป ก็นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลจริง ๆ แต่ตราบใดที่ยังมีตาเฒ่าผู้นี้อยู่ ตระกูลโจวจะไม่มีวันร่วงหล่นอย่างเด็ดขาด!”
คำพูดเหล่านี้เต็มไปด้วยอำนาจครอบงำและน่าเกรงขาม
หากเป็นคนอื่นเกรงว่าจะไม่มีใครสนใจเลย
ทว่าในขณะนี้
ประโยคนั้นได้ออกมาจากปากของบรรพบุรุษตระกูลโจว!
หลังจากกลายเป็นราชันย์เทพยุทธ์มาหลายร้อยปี เขาได้พัฒนาตระกูลโจวที่แทบไม่มีใครรู้จักให้กลายเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง และทรงอำนาจในสุดยอดฐานจงไห่
หนทางของการก่อตั้งตระกูลโจว ผ่านพบกับอันตรายมากมาย หรือแม้กระทั่งภัยพิบัติครั้งใหญ่ แต่ในที่สุดก็อยู่รอดปลอดภัยภายใต้การชี้นำของบรรพบุรุษผู้นี้
และในวันนี้
หัวใจของลูกหลานตระกูลโจวนับไม่ถ้วนได้ยกให้เขาเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณ
ตราบใดที่บรรพบุรุษยังอยู่
หากท้องฟ้าไม่ร่วงหล่น ตระกูลโจวก็จะไม่มีวันล่มสลาย!
ดังนั้นหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้อาวุโสทุกคนก็รู้