วเหยียนพลันมองไปยังขบวนทัพที่กลับมาอย่างผู้มีชัยด้านหลัง สายตาและเสียงที่ชื่นชมและห่วงใยนับไม่ถ้วนที่มาจากสองข้างทาง ณ เวลานี้ถูกเขาละเลยและปิดกั้นไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้บาดเจ็บทีละคน
แต่ข้างใน กลับไม่มีเงาร่างที่งดงามที่เคยอุ้มตนเองเมื่อ 14 ปีก่อน
เซียวเหยียนสีหน้าย่ำแย่ลง กล่าว “เป็นไปได้อย่างไร ท่านแม่ไม่ได้อยู่กับท่านตลอดเวลารึขอรับ? พวกท่านไม่ได้ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันหรอกรึ?”
ริมฝีปากของเซียวจ้านเฉิงขยับเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ
เซียวเหยียนพลันมองไปที่เขา “ท่านแม่จากไปเมื่อไหร่ขอรับ ทำไมไม่เคยได้ยินท่านย่าใหญ่พูดเลย?”
“หลายเดือนก่อน”
เซียวจ้านเฉิงเงียบไปเล็กน้อย “เป็นข้าที่ปิดกั้นข่าว ไม่ได้แพร่ออกไป”
พูดถึงตรงนี้ เขาเห็นเซียวเหยียนดูเหมือนจะยังอยากจะพูดอะไรอีก ฝ่ามือที่กว้างหนาก็ตบไหล่ของลูกชาย “ไปเถอะ กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ความยินดีเต็มเปี่ยมเดิมทีของเซียวเหยียน ณ เวลานี้กลับหมดอาลัยตายอยากอยู่บ้าง
ชาวบ้านริมทางยังคงโห่ร้องยินดี สรรเสริญขุนศึกอาญายุทธ์ผู้มีชัย สรรเสริญคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของตระกูลเซียว
มีเพียงเซียวเหยียนที่ถูกเซียวจ้านเฉิงดึงขึ้นไปบนหลังสิงห์มังกร นั่งขี่ไป