กว่าแกตายได้ยังไง”
โจวอวิ๋นแสยะยิ้ม
สีหน้าของเขาเริ่มแสดงความร้อนใจออกมา “เลิกพูดมากได้แล้ว ในเมื่อไม่ยอมส่งมาให้ดี ๆ งั้นฉันจะชิงมันมาด้วยตนเองก็แล้วกัน!”
หลังจากพูดไปเช่นนั้น เขาก็เริ่มโจมตีอีกครั้ง
เห็นแบบนั้น สีหน้าของผู้ปลุกพลังที่บาดเจ็บก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าเขาจะเป็นราชันย์ยุทธ์เช่นกัน แต่เป็นเพียงราชันย์ยุทธ์ระดับสูงธรรมดาที่เมื่อเทียบกับผู้มีพรสวรรค์อย่างโจวอวิ๋นแล้วก็ไม่มีโอกาสเอาชนะได้เลย
เพราะงั้น…
เขาไม่คิดจะสู้กับอีกฝ่ายซึ่ง ๆ หน้ามาตั้งแต่แรกแล้ว ในตอนนี้ เลือดลมในร่างกลับมาทำงานปกติพอดี จึงเป็นโอกาสเหมาะเพื่อให้เขาสามารถใช้วิชาลับ แปลงตัวเองเป็นลำแสงและหนีออกจากจุดนั้นในชั่วพริบตาได้
และเพราะวิชาลับนี้ ทำให้ร่างของราชันย์ยุทธ์คนนี้หนีมาได้ไกลถึงยี่สิบกิโลเมตรเลยทีเดียว
เห็นเช่นนั้น
แทนที่จะรีบตามไป โจวอวิ๋นกลับแสดงความเหยียดหยามออกมาแล้วค่อย ๆ เดินตามไปอย่างไม่รีบร้อนแทน
อีกฝั่งหนึ่ง
ทางฝั่งราชันย์ยุทธ์ที่กระเสือกกระสนหนีจากโจวอวิ๋นมา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตามไล่หลังก็ค่อย ๆ ก้าวขาช้าลงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดไปด้วย
“โจวอวิ๋นบ้าไปแล้วจริง ๆ ด้วย!”
“กลับไปเมื่อไร ฉันจะต้องรายงานกับตำหนักแล้วคิดบัญชีกับตระกูลโจวให้ได้!”
เขาบ่นพึมพำกับตนเอง
ทว่าเพียงแค่บ่นจบ น้ำเสียงที่ไม่แยแสใด ๆ ก็ดังขึ้นข้างหู
“ไว้มีโอกาสก็ค่อยไปทำละกันนะ”
ในจังหวะที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง
ร