…
…
“พี่เหยียน ท่านเมื่อครู่ลงมือหนักไปหรือไม่ขอรับ?”
เมื่อเดินไปไกลแล้ว เซียวจื่อเซวียนก็ถามเซียวเหยียนอย่างกังวล
เขาตาถึงแม้จะเล็ก แต่ตอนที่ขี่ม้าผ่านไป กลับเหลือบเห็นรอยแดงเล็กน้อย
“ก็แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น ทายาสองวันก็หายแล้ว”
เซียวเหยียนกล่าวอย่างเรียบเฉย “ตีหนักก็เพื่อให้นางได้ดี ไม่เห็นรึว่างานเลี้ยงเมื่อคืน นางนิสัยเป็นอย่างไร? อายุน้อยก็มีชื่อเสียงใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี ข้างกายเต็มไปด้วยคนประจบประแจง เป็นหมูตัวหนึ่งก็จะลอยขึ้นแล้ว โดยสิ้นเชิงย่อมมองไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง”
“นางจากสำนักพันกลไกที่นั่นถึงแม้จะเรียนรู้ความสามารถมา แต่ก็ถูกยกย่องมานานเกินไป ถือโอกาสตอนนี้อายุยังน้อยยังสามารถแก้ไขได้ หากในอนาคตยังคงเป็นนิสัยเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องไปกินความพ่ายแพ้ใหญ่ข้างนอกแน่!”
เซียวจื่อเซวียนชะงักไป เขากลับไม่คิดลึกซึ้งขนาดนี้
แต่ว่า เขาคิดดูอย่างละเอียด รู้สึกว่าเซียวเหยียนพูดถูกจริงๆ
ในใจอดไม่ได้ที่จะต่อเซียวเหยียนก็ยิ่งชื่นชมขึ้นไปอีกหลายส่วน
“พี่เหยียน ข้าพบว่าท่านพูดจาทำการ เหมือนกับอยู่รุ่นเดียวกับพ่อแม่ข้าเลยขอรับ” เซียวจื่อเซวียนกล่าว
เซียวเหยียนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง จิตวิญญาณสองชา