าตัวเองไปโยนใส่ปัญหา
และเลือกที่จะไปร่ำเรียนจากราชันย์เทพยุทธ์คนอื่นแทน…
แต่ภายในสายตาของฉู่โม่ว สิ่งนั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก
เพราะแม้ว่าตอนนี้เหล่าราชันย์เทพยุทธ์จะแข็งแกร่งกว่าฉู่โม่วก็จริง แต่มันใช้เวลาไม่นานหรอกที่ฉู่โม่วจะก้าวข้ามพวกเขาไปได้!
ยิ่งไปกว่านั้น…
การมีอาจารย์มาคอยพร่ำสอน มันจำกัดความสามารถหลายอย่างของเขาเอง และเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ความลับถูกเปิดเผยด้วย
ยังไงเสีย ระบบกลืนกินนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไว้ใจได้มากขนาดไหน เขาก็ควรปกปิดมันไว้ให้อย่างมิดชิดจะดีกับตนเองเสียกว่า
อย่างไรก็ตาม เหตุผลนี้เขาบอกใครไม่ได้
เช่นนั้นแล้ว ภายหลังจากที่โดนสวีซิงเหอสอบถาม ฉู่โม่วทำได้เพียงหาข้ออ้างที่ฟังขึ้นมาตอบปกปิดไว้เท่านั้น “ผมมีอาจารย์อยู่แล้วตั้งแต่ที่เริ่มฝึกฝนน่ะครับ เพราะงั้นเลยไม่อยากจะได้อาจารย์เพิ่ม”
“โอ้ เช่นนั้นเองเหรอ”
สวีซิงเหอไม่พูดถามอะไรเพิ่ม เขาทำเพียงพยักหน้า
ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกระหว่างทางที่เหลือ
สวีซิงเหอรีบพาชายหนุ่มไปยังปลายทาง หลังจากใช้เวทคาถาอะไรบางอย่างไปแล้ว ในที่สุด ฉู่โม่วก็ได้รับการลงทะเบียนข้อมูลและถือเป็นผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์แห่งนี้
นอกจากนี้แล้วยังได้สมุดหยกกับเหรียญตรามาไว้ในมืออีกด้วย
ผู้อาวุโสให้คำแนะนำ “สิ่งนี้คือเหรียญตราที่จะผูกติดกับอณูแห่งชีวิตของคุณ ซึ่งสามารถใช้สิ่งนี้แทนหลักฐานว่าเป็นผู้สืบทอดแห่งวิหารราช