นเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนได้เห็นกันอย่างออกรสออกชาติ
ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอก ถ้อยคำของพวกเขามีทั้งอิจฉาและนับถือในตัวฉู่โม่ว
แน่นอน
เมื่อหัวข้อสนทนาวกมาหาฉู่โม่ว ตระกูลโจวจะถูกยกขึ้นมาพูดด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ตอนแรกฉันคิดว่าที่คุณฉู่โม่วเอาชนะโจวอวิ๋นในสนามประลองนั่น หลังจบงานประลอง พวกตระกูลโจวคงจะส่งคนมาลอบสังหารเขาแน่ ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นตระกูลโจวจะทำอะไรเลยนี่ ใช่ไหม?”
“นายคิดว่าตระกูลโจวเป็นพวกกล้าขนาดนั้นเลยหรือไง? ฉู่โม่วน่ะเป็นผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ไปแล้ว เจ้าพวกตระกูลโจวน่ะ ถ้าไม่กินเหล้าสักถังสองถังให้เมา ยังไงก็ไม่กล้าหันเขี้ยวเล็บใส่แน่!“
“พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ฉันว่าโจวอวิ๋นดูจะน่าอนาถเหมือนกันนะ อยากข่มเหงผู้อื่น แต่กลายเป็นว่าฉู่โม่วแข็งแกร่งกว่าเสียอย่างนั้น!”
“ก็สมควรโดนแล้วนี่!”
“บางทีตระกูลโจวคงต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ในอนาคตแล้วมั้ง”
“ในสายตาฉันนะ ฉันคิดว่าตระกูลโจวควรจะรีบมายังวิหารราชันย์เทพยุทธ์แล้วขอโทษกับชดใช้ให้ฉู่โม่วให้เร็วที่สุดเลย ไม่เช่นนั้นหากคนคนนี้เติบโตไปเป็นผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้ เมื่อนั้นตระกูลโจวได้ถึงกาลอวสานแน่!”
“ใช่ ๆ !”
เหล่าผู้ปลุกพลังพูดคุยกัน
ตระกูลโจวที่ยิ่งใหญ่ บัดนี้กำลังถูกผู้ปลุกพลังจากทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่กล่าวถึงในแง่เสีย ๆ อยู่
พวกเขากลายเป็นเหยื่อในการรุมถากถางไปแล้ว!
แต่สิ่งที่พวกเขาเหล่านี้พู