เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ใครจะทำก็ได้ ต้องเป็นยอดฝีมือเท่านั้นแหละที่จะทำอะไรอย่างนี้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว ต่อให้แกได้เป็นราชันย์เทพยุทธ์แล้วก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ดี!”
“ทำไมล่ะลุง”
แม้ว่าผู้ปลุกพลังผู้นั้นจะถูกเยาะเย้ย ทว่ากลับไม่โกรธขึ้งและเลือกจะถามด้วยความสงสัย
คนอื่นที่อยู่รอบ ๆ ก็พากันเงี่ยหูฟัง
ชายชรามองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตารำลึกถึงความหลัง “ไม่กี่ปีก่อน ฉันกับเพื่อน ๆ ได้ไปสำรวจโบราณวัตถุแห่งความลับชิ้นหนึ่ง ถึงจะไม่ได้อะไรติดมือมาก็เหอะ แต่มีหนังสือที่ทำให้ได้รู้ความลับเก่าแก่บางอย่าง”
“ในสมัยนั้น เมื่อสำนักต่าง ๆ ค้นพบพรสวรรค์ที่โดดเด่นก็จะดึงเอาสิ่งนั้นมาเป็นของสำนักโดยเร็วที่สุด และในขณะเดียวกัน พวกเขาจะเผยแพร่ข่าวนั้นไปทั่วทุกมุมโลก เพื่อเชิญผู้มากพรสวรรค์ต่าง ๆ มาทดสอบและร่วมแสดงความยินดี!”
“ถามหน่อย อย่างนี้ใครจะไปทนไหวหากไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ที่กล้าแกร่ง”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายชราพูด พวกเขาต่างพากันส่ายหัวโดยไม่รู้ตัว
ด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถทนได้แน่
ตอนนั้นเอง ชายชรายังคงพูดต่อ “…จนถึงทุกวันนี้ ฉันเกรงว่าในเผ่าพันธุ์มนุษย์จะมีแต่เพียงวิหารราชันย์เทพยุทธ์เท่านั้นที่มีความแข็งแกร่ง ความมั่นใจ และคุณสมบัติที่จะดำเนินพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ได้!”
พูดจบ…
เดิมทีผู้ปลุกพลังเหล่านั้นต้องการจะโต้เถียง แต่หลังจากคิดทบทวนแล้วต่างพยักหน้าเห็นด้วย
หากไม่มีความแข็งแกร่งก็ไม่อาจมีซึ่งเกียรติยศ
หากไร้