ษย์ถ้ำ จากนั้นพูดถึงซากมนุษย์ในเขตแดนลับและสัตว์อสูร รวมไปถึงการฝึกวิชาอีกนิดหน่อย
กล่าวได้ว่า… สวีซิงเหอเป็นทั้งผู้อาวุโสของวิหารราชันย์เทพยุทธ์และยังเป็นเสมือนผู้นำของราชันย์เทพยุทธ์ ไม่ว่าจะมีประสบการณ์หรือวิสัยทัศน์อย่างไรก็นับเป็นคนที่มีความหมายยิ่ง
หลังจากที่คุยกัน ชายหนุ่มได้เรียนรู้เรื่องราวมากมาย
ก่อนที่จะรู้ตัว… ดวงตะวันก็เริ่มคล้อยต่ำ สวีซิงเหอจึงกล่าวอำลาจากไป
ก่อนจากก็ไม่ลืมเตือนฉู่โม่วถึงพิธีใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวิหารราชันย์เทพยุทธ์อีกสามวันข้างหน้า
ฉู่โม่วได้เพียงพยักหน้า
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปจริง ๆ แล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
การสนทนาวันนี้กับผู้อาวุโสสวีทำให้เขาเข้าใจในเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน
แม้มันจะทำให้เขาตกใจ แต่ก็ยิ่งตั้งตารอให้อนาคตมาถึงเร็วขึ้น!
“ห่างออกไปจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน!”
“การอุบัติขึ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และการอุบัติขึ้นของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ นับหมื่นนับพัน!”
“เป็นตัวตนยิ่งกว่าราชันย์เทพยุทธ์ ก้าวไปสู่อวกาศและสัมผัสอารยธรรมของมนุษย์ต่างแดน!”
“เป็นโลกที่สุดยอดอะไรขนาดนี้!”
ท่ามกลางเสียงพึมพำ ดวงตาฉู่โม่วก็สว่างวาบ
ครู่ถัดมา
เขายับยั้งอารมณ์ให้สงบเหมือนเคย
แม้ว่าจะหอมหวนดึงดูดใจแค่ไหน แต่เขายังเป็นเพียงจ้าวยุทธ์ตัวกระจ้อยร่อยเท่านั้น
คำว่ายิ่งกว่าราชันย์เทพยุทธ์ยังห่างไกลนักในตอนนี้
“กลับสู่ความเป็นจริง!”
“จงยืนหยัดดั่งเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งเบาบาง เป