ไปทั่วทั้งฐาน
ช่วงเวลานั้นเอง
ฉู่โม่วรู้สึกราวกับว่าปฐมวิญญาณถูกชำระล้างด้วยเสียงระฆัง ภายในร่างกายสั่นสะท้านทว่ากลับบังเกิดความโล่งใจบางอย่าง
“เฮือก…”
ประหนึ่งว่าเวลานี้ดำรงอยู่เนิ่นนาน
ฉู่โม่วหายจากอาการสั่น
และลอบถอนใจเบา ๆ
ชายหนุ่มหยัดตัวขึ้น “เอาละ… ถึงเวลาแสดงตัวแล้ว!”
ขณะที่เสียงของเขาค่อย ๆ หายไป
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ “ฉู่โม่ว โปรดไปที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์!”
นั่นเป็นเสียงของสวีซิงเหอ
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ชายหนุ่มก็ก้าวออกไปและร่างกายพลันลอยขึ้นไปบนอากาศ
ในเวลาเดียวกัน
เสียงดนตรียากจะหาที่มาสอดผสานกับเสียงสะท้อนของระฆังที่ยังดังก้องทั่วแผ่นฟ้า บรรเลงท้วงทำนองอันไพเราะแว่วทั่วบริเวณ
ทั้งนุ่มลึกและเปี่ยมชีวิตชีวา ทั้งยังงดงาม
มันลอยแว่วมาแต่ไกล
ตอนนั้น
ทั้งสุดยอดฐานจงไห่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลุกพลังหรือคนธรรมดาทั่วไปต่างแหงนหน้ามองเขาเป็นตาเดียว
เมื่อแสงทิวาส่องสว่างเจิดจ้า เสียงสวรรค์ก็ประสานทำนองไม่รู้จบ
“ตึ๊ง!”
ท่ามกลางเสียงแว่วแห่งสวรรค์และแสงที่พร่างพราว ถนนสีทองได้ตัดผ่าสวรรค์กับผืนโลก ทอดยาวตั้งแต่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ที่ห่างไกลจรดยังปลายเท้าของฉู่โม่ว
“ยินดีต้อนรับ ผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์คนใหม่ ฉู่โม่ว!”