ห้เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องเผชิญกับความทุกขเวทนาอย่างสาหัส พวกเขาบาดเจ็บล้มตายยากหาใครเหลือรอด เกือบจะตกอยู่ในสภาวะสูญพันธุ์เลยก็ว่าได้!”
“เรียกได้ว่าเป็นกลียุคโดยแท้”
สวีซิงเหอเริ่มเล่าประวัติศาสตร์
แม้ว่าฉู่โม่วจะรู้เรื่องราวนั้นดีอยู่แล้ว แต่ก็ตั้งใจฟังอย่างอดทน
ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การพูดไปเรื่อยเปื่อย
ตามที่คาดไว้…
“ต่อมา ด้วยการช่วยเหลือของมนุษย์ถ้ำ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราจึงได้สร้างวรยุทธที่สมบูรณ์แบบขึ้น และหลังจากที่ผ่านการพัฒนามาเป็นร้อย ๆ ปี ความแข็งแกร่งของมนุษย์ก็เพิ่มพูนขึ้น และกลับมาเป็นผู้ครอบครองดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกครั้ง ไม่ตกเป็นอาหารของพวกสัตว์อสูรอีกต่อไป”
“แต่ว่า…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของผู้อาวุโสก็หม่นลง เสียงของเขาเคร่งเครียดยิ่งขึ้น “ดังคำโบราณว่าไว้ ใครไม่ใช่พวกย่อมไม่อาจไว้ใจ!”
“แม้ว่าพวกมนุษย์ถ้ำจะช่วยเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้อยู่รอดได้ และไม่ต้องกังวลต่อการคุกคามของบรรดาสัตว์อสูร แต่อย่างไรเรากับมนุษย์ถ้ำก็หาใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน!”
“ดังนั้น เผ่ามนุษย์จึงไม่อาจมีอนาคตอยู่ภายใต้ปีกของมนุษย์ถ้ำต่อไปได้!”
“นี่จึงเป็นเหตุผลในการก่อตั้งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ขึ้น!”
“ในตอนแรกคำว่าราชันย์เทพยุทธ์เป็นเพียงการบ่มเพาะความแข็งแกร่งและเพิ่มพลังการต่อสู้ขั้นสูงของมนุษย์เท่านั้น แต่ต่อมา… ในขณะที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ค่อย ๆ มีพัฒนาการในการเอาตัวรอดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน และเริ่มสำ