าชันย์ยุทธ์ยังถูกเมินเฉย
แต่การแสดงออกของเว่ยเจียงไม่สามารถมองข้ามได้
อย่างไรก็ตาม ราชันย์ยุทธ์ทั้งสองยังคงสงสัยว่า เว่ยเจียงจะกระตือรือร้นต่อหน้าฉู่โม่วทำไมนัก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มจากไปเขาจึงเอ่ยปากถามทันที
“พวกคุณไม่รู้อะไร”
เว่ยเจียงมองไปทิศทางที่ฉู่โม่วกำลังมุ่งไป และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉู่โม่วผู้นี้ไม่อาจดูถูกได้ ในความเป็นจริงแล้วพรสวรรค์ของเขาเรียกได้ว่าทรงพลังมาก ก่อนหน้านี้เป็นเพียงผู้ปลุกพลังทั่วไปของฐานทัพด้านนอก แต่เมื่อมาถึงฐานจงไห่กลับสามารถรับตำแหน่งที่อยู่ในย่านรุ่งอรุณได้ทันที!”
“เขาเป็นผู้ปลุกพลังจากย่านรุ่งอรุณงั้นหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ราชันย์ยุทธ์ทั้งสองต่างก็ตกใจ
“ไม่เพียงแค่นั้น!”
เว่ยเจียงกล่าวต่อ “เขายังเป็นเพื่อนที่ดีของคุณเจียง ซึ่งความสัมพันธ์ก็ดูสนิทสนมกันมาก และเมื่อตอนฉู่โม่วมาถึงประตูฐานจงไห่ก็ยังมาพร้อมกับคุณเจียงด้วยเช่นกัน!”
ทันทีที่พูดประโยคนี้จบ คล้ายมีอัสนีผ่าลงที่หูของทั้งสอง
และเผยสีหน้าตกตะลึงโดยไม่อาจปิดบัง
“ที่สำคัญ… พวกคุณรู้ไหมว่าเขาอายุเท่าไร”
“ไม่ถึง 25 ปีด้วยซ้ำ!”
“ลองพิจารณาดู เพียงอยู่ในฐานทัพด้านนอกกลับมีศักยภาพเป็นถึงผู้ปลุกพลังขั้นจ้าวยุทธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และตอนนี้มาอยู่ที่สุดยอดฐานจงไห่อันมีทรัพยากรล้นเหลือ ตัวตนในอนาคตต้องน่าสะพรึงกลัวไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน”
เว่ยเจียงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นไหวและพึมพำเรื่อย ๆ
ราชันย์ยุทธ