าแข็งแกร่งกว่าฉันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเพียงไม่กี่สิบปีที่จากฐานจินหลิงไป เขาก็สามารถกลายเป็นราชันย์ยุทธ์ได้ ในขณะที่ฉันยังเป็นได้เพียงจ้าวยุทธ์ระดับกลางเท่านั้น แถมยัง… อีกยาวไกลกว่าจะไปถึงระดับสูงได้อีก”
พูดถึงตรงนี้
ถ้อยคำของบรรพบุรุษตระกูลหมัวก็เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย รวมถึงความเศร้าหมองเสียใจแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด
ในส่วนของฉู่โม่ว
ภายหลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่บรรพบุรุษตระกูลหมัวพูดไปแล้ว เขาก็ตกใจมาก ๆ
ค่ายกลที่สามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกได้ตั้งแต่สิบไปจนถึงร้อยเท่า!
หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ …ด้วยพลังของค่ายกลยักษ์นี้ มันจะเป็นไปได้ไหมที่ฉู่โม่วอาจจะใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองปีเท่านั้นที่จะสามารถแข็งแกร่งได้ถึงขีดจำกัดของขั้นจ้าวยุทธ์?
แน่นอน
เขารู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก
ค่ายกลที่สามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้มากถึงร้อยเท่า แน่นอนว่าต้องเป็นสิ่งที่ไม่ได้เปิดให้ใช้ในสาธารณะแน่ ๆ มันจะต้องเป็นของพวกกองกำลังใหญ่ ๆ หรือไม่ก็อาจจะเป็นสถานที่ที่ผู้ปลุกพลังทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่น่าสนใจ
เพราะการมีอยู่ของสิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าการฝึกวรยุทธ์ภายในสุดยอดฐานจงไห่เจริญมากจริง ๆ
หากสามารถย้ายถิ่นฐานไปยังสุดยอดฐานจงไห่ได้ละก็ บางทีเขาอาจจะหาหนทางเติบใหญ่ได้แน่ ๆ !
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ถามขึ้นมา “ท่านบรรพบุรุษตระกูลหมัวพอจะช่วยบอกสถานการณ์ภายในฐานจงไห่ให้ฟังบ้าง