าบางชิ้น มีพลังในการช่วยพัฒนาสมองของมนุษย์โดยตรง ในส่วนของการพัฒนาสมอง หากพัฒนาจนถึงระดับหนึ่งแล้ว มันจะช่วยให้มนุษย์คนนั้น ๆ สามารถดูดซับพลังงานของอวกาศเข้ามาได้ และปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณให้ตื่นขึ้นมา
คิดได้ดังนั้น แววตาของฉู่โม่วก็เปล่งประกายแสงเล็กน้อยออกมา
ภายในวิธีทั้งสามวิธีนี้ เขาเลือกตัดวิธีที่หนึ่งกับสองออกไปจากความสนใจ
และในส่วนของวิธีที่สาม…
เพราะฉู่โม่วเคยกินพฤกษาเพลิงดอกผลึกเข้าไปก่อนหน้าแล้ว ดังนั้นสมองของเขาได้ถูกพัฒนาแล้ว ด้วยเหตุนี้ฉู่โม่วจึงมีความหวังน้อย ๆ ว่าจะสามารถฝึกฝนเพื่อปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณภายในตัวให้ตื่นขึ้นมาได้
ดังนั้น
สำหรับเขา วิธีที่สามถือว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะทำให้ฉู่โม่วปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณให้ตื่นขึ้นได้!
‘หวังว่าพฤกษาเพลิงดอกผลึกนั่นจะเพียงพอนะ!’
ตระหนักเช่นนั้นแล้ว
ฉู่โม่วจึงเริ่มนั่งขัดสมาธิตามที่วิธีการฝึกกล่าวไว้ ใช้กระบวนท่าที่ทำให้หัวใจทั้งห้าเผชิญหน้ากับฟากฟ้าและหลับตาลงเพื่อเริ่มการฝึกฝน
การเข้าฌานเริ่มดำเนินขึ้น
สมาธิของเขามุ่งเข้าไปที่สมองของตนเองโดยตรง
เขาสัมผัสได้ถึงแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นมาเป็นจุดตามลำตัว เสมือนว่าเป็นหิ่งห้อยที่ปลดปล่อยแสงกะพริบออกมาจาง ๆ
นี่คือ พลังงานอวกาศ!
สิ่งนี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งโลก
เมื่อใดก็ตามที่ผู้ปลุกพลังเริ่มฝึกฝนจิตวิญญาณ เขาจะสามารถ ‘มองเห็น’ การมีอยู่ของพลังงานอวกาศเหล่านี้ได้ผ่านจิตวิญญาณใ