ของอณูแห่งชีวิตจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน และปริมาณของมันก็มีบรรจุอยู่เต็มพื้นที่ราวหนึ่งตารางเมตรในบ่อน้ำนี้ด้วย
ไม่ต้องสงสัย
หากฉู่โม่วสามารถซึมซับพลังของน้ำพุปฐมวิญญาณเหล่านี้ไปได้หมด ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอีกมากแน่ ๆ
แต่…
ในตอนนั้นเอง สายตาของฉู่โม่วกลับไม่ได้มองอยู่ที่น้ำพุจิตวิญญาณแห่งปฐมกาลนั้นแต่อย่างใด เขากำลังมองไปยังต้นพืชที่สูงประมาณครึ่งตัวคนซึ่งตั้งอยู่ข้างบ่อน้ำพุแห่งนี้
ลำต้นของมันปกคลุมด้วยไฟสีแดงใหญ่ประมาณแขนท่อนล่างของมนุษย์ มันไม่มีใบอยู่เลยนอกเสียจากพุ่มสีเงินที่อยู่บนส่วนยอดสุดซึ่งเป็นคริสตัลสีใสคล้ายอัญมณีที่กำลังเปล่งแสงระยิบระยับ ไม่ว่าจะมองอย่างไร สิ่งนี้ก็ดูไม่ธรรมดา
เมื่อฉู่โม่วเห็นต้นพืชประหลาดนี้ เขาก็หนาวสั่นไปทั้งหัวใจและไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
ใช้เวลานานมาก ๆ
กว่าที่ฉู่โม่วจะพูดมันออกมา
“พฤกษาเพลิงดอกผลึก!”
ชื่อเสียงของมันนั้นโด่งดังในเรื่องของความเป็นสมบัติที่หาได้ยากที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง
ไม่ต้องพูดถึงการที่มันมีโอกาสเกิดได้ยากเลย ต่อให้มันกำเนิดขึ้นมาได้ แต่มันก็ยังยากที่จะเติบโตอยู่ดี
นั่นเพราะ…
“พฤกษาเพลิงดอกผลึกจะไม่เติบโตบนดินแดนที่ไม่มีจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ดื่มกิน ส่วนน้ำพุจิตวิญญาณแห่งปฐมกาลจะคอยกักเก็บจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ในตัวมัน!”
พูดเพียงแค่นี้ก็น่าจะแสดงให้เห็นแล้วว่าพฤกษาเพลิงดอกผลึกต้นนี้ เติบโตได้ยากขนาดไหน
ฉู่โม่ว