งโลกและสวรรค์ได้อย่างเลือนรางเท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าต้องการจะหาอะไร”
ได้ฟังเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
หรือว่าเขาจะเหลือเพียงแค่ต้องนำสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ที่เก็บไว้มาขายทำเงินเท่านั้น?
สิ่งที่หนักใจมากที่สุดก็คือเมื่อขายสมบัติเหล่านี้ไปแล้ว การจะหามาคืนในอนาคตมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“นายท่าน อยากจะหาสมบัติประเภทไหนเหรอคะ?”
ครั้งนี้เป็นฝั่งอาไต๋ที่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“แร่หินปฐมกาลน่ะ”
ฉู่โม่วตอบเรื่อยเปื่อย
“โฮะ ที่แท้ก็แค่แร่หินปฐมกาลเองเหรอคะ? ถ้าแค่นี้ฉันหาได้อยู่แล้วล่ะ!”
ได้ยินเช่นนั้นแล้วอาไต๋ก็รีบพูดขึ้นมาโดยพลัน
“จริงเหรอ?”
แววตาของฉู่โม่วเป็นประกายขึ้นมา เขาถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
นกน้อยกระโดดขึ้นไปยืนบนไหล่ของฉู่โม่วและพูดต่อ “ฉันเคยเห็นแร่หินปฐมกาลขนาดใหญ่อยู่ ใหญ่กว่าที่นายท่านเคยเจอเมื่อตอนนั้นอีก มันอยู่ไม่ไกลจากที่ที่ฉันเกิดนักหรอก แล้วก็นะ… ฉันเห็นมันด้วยตาตัวเองเลย!”
สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนที่พยายามจริง ๆ ด้วย!
เมื่อฟังอาไต๋พูดแล้ว ฉู่โม่วก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“งั้นก็ไปกันเลย!”
เขาพูด
“ค่ะ นายท่าน!”
อาไต๋รีบตอบรับ
ด้วยเหตุนี้
ฉู่โม่วจึงออกมาจากเขตแดนลับและตามอาไต๋ไปยังจุดที่เธอเคยเจอแร่หินปฐมกาลขนาดใหญ่มาก่อน
…
ตลอดทางที่บินมา
หลังจากผ่านมาพักใหญ่ ในที่สุดฉู่โม่วก็มาถึงบริเวณพื้นที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง
เขามองไปบนแผนที่แล้วก็พบว่าที