งกระบวนท่าระดับทองเท่านั้นที่ทำให้เขาสนใจได้
ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงให้ความสนใจในตำรากระบวนท่าทั้งสี่เพียงเล็กน้อยและดูดซับพวกมันเข้าไปในทันที
เล่มสุดท้ายนั้นปล่อยประกายสีม่วงออกมา หากมองดูจะสัมผัสได้ถึงรัศมีอันกว้างใหญ่ที่พัดกระทบใบหน้า
เมื่อเทียบกับกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนที่ฉู่โม่วได้มาในตอนแรกแล้วก็ไม่แพ้กันเลย
“นี่ต้องเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังมากแน่!”
เมื่อคิดดังนั้นในใจ ฉู่โม่วก็ตบมันเข้าที่ศีรษะโดยไม่ลังเล
ต่อมา
ตำราทั้งเล่มก็กระจายตัวออกเป็นอักขระลึกลับสีม่วงที่เต็มไปทั่วทั้งความคิด
แล้วฉู่โม่วก็เรียนรู้แก่นลึกลับทั้งหมดของกระบวนท่าเหล่านี้
“แผนที่ภาพลวงตาศักดิ์สิทธิ์!”
“ถ้าเรียนรู้วิชานี้ก็สามารถใช้จินตนาการภาพเพื่อสร้างอณูแห่งชีวิตได้และเพิ่มพลังต่อสู้ของผู้ปลุกพลังได้งั้นเหรอ?!”
หลังจากที่เข้าใจในกระบวนท่านี้แล้ว ฉู่โม่วก็ต้องตกตะลึงในทันที
ต้องเข้าใจก่อนว่าการจินตนาการภาพของผู้ปลุกพลังสามารถกระทำได้ในระดับจิตวิญญาณเท่านั้นซึ่งเท่ากับว่ามันไม่มีตัวตน แต่กระบวนท่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงจากนามธรรมเป็นรูปธรรมและสร้างอณูแห่งชีวิตได้ การฝึกฝนให้ลึกซึ้งก็สามารถสร้างร่างกายที่แท้จริงได้!
หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?
พูดง่าย ๆ ก็คือ
จินตนาการว่ามีบางสิ่งบนโลกใบนี้ที่ตอนแรกไม่มีอยู่จริง และวิชานี้ทำให้สิ่งที่จินตนาการกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้นและพัฒนามันจนสามารถปรากฏขึ้นบนโลกนี้ได้จริงใ