วนสามร่างค่อย ๆ ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ ประหนึ่งดวงอาทิตย์สามดวงลอยขึ้นเหนืออากาศสู่ความกว้างไกล
ครู่ถัดมา
ลำแสงสีทองไร้บรรจบพลันระเบิดตัว มันกระจายละอองแสงออกไปในรัศมีราวหมื่นกิโลเมตรในพริบตา
ไม่เพียงแต่ปัดเป่าความมืดดำ แม้แต่อณูชีวิตสีดำที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างจำแลงของเทาเที่ยก็สลายไปหมดสิ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ตอนนั้นเอง
ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย โลกทั้งใบคล้ายจะเปลี่ยนเป็นสีทอง!
พวกเขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าทึ่มทื่อ
ก่อนจะทอดมองไปยังร่างทั้งสามราวกับว่าคนกลุ่มนั้นเป็นเทพเจ้าผู้ยากเทียมทัน
“เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรกันแน่”
“เทพสามองค์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหรอ”
“โอ้ พระเจ้าช่วย!”
“นี่มันน่ากลัวสุด ๆ !”
ณ พื้นดินเบื้องล่าง
ทั้งพลเรือนธรรมดาและเหล่าจอมยุทธ์ต่างพึมพำกับตัวเอง เสียงอุทานต่าง ๆ นานาล้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึงเกินจะเชื่อได้
จอมยุทธ์บางคนคิดว่าตนเองตกอยู่ใต้ภวังค์ฝัน เขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นจึงทำได้เพียงตบหน้าตนเองเพื่อเรียกสติกลับคืน
ไม่แปลกใจเลยหากเขาจะเสียสติไปขณะหนึ่ง
พลังนี้ช่างรุนแรงนัก ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกเกรงขามต่อเจ้าของพลังอย่างอดไม่ได้ พวกเขาแทบจะคุกเข่ากราบไหว้บูชาสักครั้ง
ฉู่โม่วเงยหน้ามองร่างที่เป็นดั่งเทพเซียนด้วยหัวใจเต้นโครมคราม
‘นี่คือพลังของราชันย์ยุทธ์งั้นเหรอ!’
‘ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาได้รับยกย่องจากผู้คนทั้งหลายให้เป็นดังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และทำหน้าที่ปกป้องคุ้มค