วเสียงแผ่วเบา
หลังจากนิ่งไปสักพัก เธอก็บ่นออกมา “พูดถึงเรื่องนั้น นายไม่ได้บอกฉันเกี่ยวกับเรื่องอันตรายอย่างไปจัดการสำนักหมื่นอสูรในรอยแยกเลย ตอนที่กลับมาฉันเห็นว่านายไม่อยู่และได้ยินว่าจ้าวยุทธ์อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บจนต้องกลับมา แต่นายเป็นคนเดียวที่ไม่กลับมา ฉันเป็นห่วงมากนะรู้ไหม โชคยังดีที่ผู้อาวุโสจุยเฟิงบอกว่านายไม่เป็นอะไร ไม่งั้นฉันคงไม่รู้จะทำยังไงดี!”
“ฉันรู้ว่าฉันทำผิด และจะไม่ทำอีกแล้ว”
ฉู่โม่วขอโทษและยอมรับผิดทันที
“เธอพูดถูก…”
เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามและเยือกเย็นของเฉินซีเวย
“นายเพิ่งจะกลับมา ไปพักผ่อนก่อนเถอะ ตอนเที่ยงฉันจะทำอาหารและคอยดูแลเอง!”
เฉินซีเวยพูดอีกครั้ง
“เยี่ยมเลย”
ฉู่โม่วพยักหน้า
แล้วเฉินซีเวยก็เข้าไปในครัวและทำอาหารทันที
บนโต๊ะทานอาหาร
ทั้งสองพูดคุยกันขณะที่กิน ฉู่โม่วเล่าประสบการณ์ในเขตแดนลับให้ฟังในขณะที่เฉินซีเวยเล่าเรื่องประสบการณ์ในป่าลึก
ระหว่างนั้น ฉู่โม่วพลันนึกถึงเรื่องความเปลี่ยนแปลงภายในฐานขึ้นมาจนอดถามไม่ได้
“เพราะเมื่อเดือนก่อนฐานจงไห่ส่งสามราชันย์ยุทธ์มาเป็นกำลังเสริมน่ะ!”
เฉินซีเวยอธิบาย
“สามราชันย์ยุทธ์เหรอ?”
ฉู่โม่วตกตะลึงเล็กน้อย
“ใช่ ราชันย์ยุทธ์สามคนนี้มาที่นี่เพื่อช่วยฐานจินหลิงแก้ปัญหาเรื่องสำนักหมื่นอสูร เมื่อราว ๆ เดือนก่อน พวกเขาลงมือทำลายฐานทัพลับของสำนักหมื่นอสูรไปมากมาย ว่ากันว่าสำนักงานใหญ่ของสำน