ยทั่วกัน แถมในตอนนี้ยังถูกฐานจงไห่คอยจับตามองไว้อีก ลำพังเพียงแค่ดูแลตัวเองไม่ให้เตะตาก็น่าจะหืดขึ้นหน้าแล้ว!”
“ต่อให้เจ้าพวกนั้นจะรู้ว่าฉันช่วยชีวิตหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจีเอาไว้ ก็คงจะไม่มีเวลามาหาเรื่องฉันหรอกมั้ง”
“ตราบใดก็ตามที่ยังไม่มีสัตว์อสูรที่เทียบเท่าราชันย์ยุทธ์ปรากฏตัวขึ้นมา มันน่าจะไม่มีปัญหาอะไร!”
ฉู่โม่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่…
นี่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาสบายใจได้เสียทีเดียว
พูดกันตามตรง การที่สำนักหมื่นอสูรไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกนี้จะไม่เคลื่อนไหว
ดังนั้นเขาไม่อาจจะนิ่งนอนใจได้
ในสายตาของฉู่โม่ว ยังไงเสียสำนักหมื่นอสูรก็ยังถือเป็นศัตรูที่ร้ายกาจอยู่ดี!
“ฉันต้องเร่งทำให้ตัวเองแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใด ความแข็งแกร่งจะช่วยจัดการทุกอย่างให้ได้!”
เขาคิดกับตนเอง
ตราบใดก็ตามที่เขามีเวลาในการฝึกฝนเพิ่ม ต่อให้เป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ก็ไม่คณามือเขาอย่างแน่นอน!
เมื่อตอนนั้นมาถึง
ต่อให้สำนักหมื่นอสูรจะรู้ว่าเขาช่วยลูกหลานตระกูลหลี่เอาไว้ แล้วพวกนั้นจะทำอะไรได้?
ถ้าอยากจะบุกมาหาถึงหน้าประตูก็เชิญเลย ถึงจะเป็นสำนักหมื่นอสูรฉันก็ไม่รังเกียจที่จะจับถอนรากถอนโคนด้วยหรอกนะ!
กลับมายังคฤหาสน์
ฉู่โม่วก็พบว่าเฉิยซีเวยยังไม่กลับมาจากป่า
ภายหลังจากที่ติดต่อกับทางเสี่ยวจินแล้ว เขาก็โล่งใจที่อสูรรับใช้ที่ไ