าทั้งสองมีชายชราผมหงอกคนหนึ่งกระอักเลือดออกมา!
ลมหายใจของเขาแผ่วเบาอย่างถึงที่สุด
และบนท้องฟ้ามีรัศมีทำลายล้างโลกอันน่าสะพรึงกลัว
แต่ชายชราก็ไม่แม้แต่จะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาของเขากลับจับจ้องไปยังเด็กทั้งสองตรงหน้า
“โย่วเวย อาเสวียน จำที่ฉันบอกให้ดี”
“หนีไป!”
“หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้!”
“ออกไปจากฐานหว่านหลิง!”
“ออกจากที่นี่ ปกปิดตัวตนไว้และฝึกวรยุทธ์ให้แข็งแกร่ง!”
“ถ้าชีวิตนี้ยังมีโอกาสก็รอจนกว่าจะฝึกฝนสำเร็จแล้วค่อยกลับมาช่วยแก้แค้นให้ตระกูลหลี่ แต่ถ้าไม่มีความหวัง… ก็อย่ากลับมาที่นี่อีก!”
“ได้ยินมั้ย?!”
เขากล่าวแล้วจึงอ้าปากกระอักเลือดออกมาอีกคำ
เด็กสาวและเด็กชายมองไปยังชายชราผู้เคยอ่อนโยนมาตลอด แล้วทั้งสองก็พ่นเลือดออกมา “ท่าน…”
“อย่าร้องไห้!”
“ในฐานะศิษย์ตระกูลหลี่ หลั่งเลือดได้แต่จะหลั่งน้ำตาไม่ได้!”
ชายชราจ้องเขม็งขณะที่บอกให้สองพี่น้องหยุดร้องไห้แล้วจึงหยิบจี้หยกออกมาด้วยมือสั่นเทา
“นี่คือสมบัติแห่งตระกูลหลี่ เรียกว่าหยกเร้นกาย”
“มันไม่มีพลังอะไรแต่ก็ปิดบังลมหายใจได้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งก็ตรวจจับไม่เจอ!”
“ด้วยสิ่งนี้ พวกเธอจะหนีไปจากการไล่ล่าของสำนักหมื่นอสูรได้!”
เมื่อพูดจบ เขาก็ใส่จี้หยกไว้ที่คอของเด็กสาว
หลังจากนั้น
เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้แต่กระอักเลือดออกมาไม่หยุด
เวลาใกล้จะหมดเต็มที…
แต่เขายังเบิกตากว้างและจับมือของเด็กสาวไว้แน่น “จำให้ดี”
“เธอมีชีวิตรอดไปให้ได