ยู่!
‘งานงอกแล้วหรือเปล่า…’
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้ว
จระเข้โลหิตคลั่งไม่ขยับออกไปไหนเลย มันกำลังเฝ้าอยู่ที่เดิม เขามีพลังธาตุมืดที่ใช้ได้ผล และเหตุการณ์ที่ซ้ำซากไปมาตลอดหลายชั่วโมงนี้ ทำให้เขามั่นใจแล้วว่าพลังธาตุมืดแข็งแกร่งพอที่จะหลบซ่อนจากจระเข้ตัวนี้ ดังนั้นเขาสามารถรีบตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์แล้วเทเลพอร์ตออกไปได้ในพริบตา
แต่มันเสี่ยงเกินไป!
เมื่อไหร่ที่หลบไม่ทัน นั่นหมายถึงชีวิตทันที!
‘คงต้องรอก่อน’
‘รอจนกว่าเจ้าจระเข้ตัวนี้จะกลับออกไป!’
ฉู่โม่วเลือกที่จะรออยู่ละแวกนั้นไปพักหนึ่ง
คิดได้เช่นนั้น
เขาก็ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ
จนกระทั่ง
สามวันให้หลัง
เจ้าจระเข้โลหิตคลั่งดูไม่มีท่าทีจะออกไปจากจุดนี้เลย และนี่ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกระอักกระอ่วน
‘เอาเถอะ’
‘อย่างน้อยมันน่าจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ฉันจะใช้คลื่นกระบี่ซัดป่าไผ่รวดเดียวให้เหี้ยนเป็นหน้ากลอง จากนั้นก็ใช้พลังแห่งห้วงมิติหนีกลับไปให้เร็วที่สุดเลย!’
เขาตระหนักได้แล้วว่าการรอคอยอยู่แบบนี้มีแต่จะเสียเวลา
เพราะงั้นเขาจะรวบหัวรวบหางแล้วปิดภารกิจซะ!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉู่โม่วก็กระตุ้นพลังธาตุมืดและมุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่ยังมีไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เติบโตอยู่ทันที
ไม่นานนัก…
เขาก็เข้ามาถึงบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่จระเข้โลหิตคลั่งกำลังนอนหลับอยู่ เขาและสัตว์อสูรยักษ์ตนนี้อยู่ห่างกันไม่ถึงยี่สิบเมตรด้วยซ้ำ
ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ฉู่โม่วสาม