ทำลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว มันเลยทำให้พวกผมไม่สามารถเปิดเขตแดนลับของตระกูลนี้ได้จริง ๆ และด้วยเหตุนี้พวกข้าจึงหาสมบัติมาได้เพียงเท่านี้ครับ“
ภายหลังจากที่ฟังคำอธิบายของชายชราเบื้องหน้า ฉู่โม่วก็เข้าใจได้ว่าตนเพิ่งจะมองกู่ชางผิดไป
ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนที่ฉู่โม่วจะตัดสินใจไปส่งแขกเพื่อที่จะได้กลับมาฝึกฝนต่อ
ทว่าเมื่อเห็นความลังเลของกู่ชาง ราวกับว่าอีกฝ่ายมีอะไรอยากจะพูดต่อ ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วถาม “มีอะไรหรือเปล่า? มีเรื่องอะไรที่ฉันต้องรู้อีกไหม?”
“อันที่จริงก็มีครับ… มีเรื่องหนึ่งอยากจะให้คุณฉู่โม่วลองพิจารณาดู”
กู่ชางพูดความลังเล “ภายหลังจากที่ตระกูลสวี่ถูกทำลายลงไปแล้ว มีแหล่งวัตถุดิบและร้านค้ามากมายที่เคยอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลสวี่ที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ฉันเลย เอ่อ… อยากจะรู้ว่าคุณฉู่โม่วอยากจะทำอย่างไรกับสถานที่เหล่านี้ดี…”
ภายในถ้อยคำนั้น แสดงถึงความโลภอยู่จาง ๆ
ได้ยินเช่นนั้น
บนใบหน้าของฉู่โม่วก็แสดงให้เห็นว่าเขาสนใจเรื่องนี้!
ปลายนิ้วที่เคาะไปบนที่วางแขนของเก้าอี้โดยไม่ได้ตัวนั้น ทำให้เกิดเป็นจังหวะทำนองคลอเสียงสายฝนเบา ๆ
ก่อนหน้านั้น ทั่วทั้งฐานจินหลิงเคยถูกทั้งสี่ตระกูลใหญ่กับรวมถึงพันธมิตรเครือหอการค้าหยกแก้ว และ สมาคมผู้ใช้ค่ายกลเวทปกครองอยู่
ท่ามกลางฝ่ายเหล่านี้ พันธมิตรเครือหอการค้าหยกแก้วถือเป็นฝ่ายที่มีทรัพยากรการเงินและความแข็งแกร่งสูงที่สุด