้อาวุโสในตระกูลก็เริ่มมีแรงใจ พวกเขาถามกลับด้วยความอยากรู้
แต่ถึงอย่างนั้นสวี่หล่างก็ไม่ได้บอกเหตุผลอะไรเพิ่มเติม นอกเสียจากให้พวกเขารออย่างใจเย็นไปก่อนหนึ่งเดือน
เพราะเวลาหนึ่งเดือนนั้นไม่ได้ถือว่านาน ดังนั้นเหล่าผู้อาวุโสจึงยินยอมแต่โดยดี
ภายหลังจากที่พวกเขากลับออกไปแล้ว สวี่หล่างก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ในตอนนี้
ผู้อาวุโสลำดับสองสวี่เจินก็กลับเข้ามาอีกครั้ง และทันทีที่เข้ามา เขาก็พูดขึ้น “ท่านประมุข ข้าคิดว่าการที่เราสูญเสียผู้ปลุกพลังไปร่วมร้อยคนนี้ ต้นเหตุมันจะต้องเกี่ยวข้องกับฉู่โม่วนั่นแน่ ๆ!”
“หืม?”
ได้ยินชื่อนั้น สีหน้าของสวี่หล่างก็แข็งนิ่งไป เขาถามกลับ “ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนั้นกัน?”
“สวี่เถียนกับคนอื่น ๆ ที่ได้เข้าไปในเขตแดนลับครั้งล่าสุดนี้ มีอีกภารกิจที่พวกเขาต้องทำ หนึ่งคือการกำจัดฉู่โม่ว ส่วนอีกหนึ่งก็คือการสำรวจซากโบราณสถาน ภายหลังจากเขตแดนลับนั้นปิดไป ฉู่โม่วมันยังไม่ตาย!”
“นอกจากนั้น ข้ายังสัมผัสได้ด้วยว่า หลังจากที่เจ้านั่นออกมาจากเขตแดนลับแล้ว ความแข็งแกร่งของเขายังก้าวขึ้นสู่ระดับนายพลเมืองอีก!”
“ท่านเองก็รู้ว่าก่อนที่เขาจะเข้าไปในเขตแดนลับ ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะอยู่แค่ราว ๆ จอมยุทธ์หรือไม่ก็ปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้น… ใช่ ข้ามั่นใจ ว่าตอนที่เขาสังหารสวี่มัวไป เขาเป็นเพียงปรมาจารย์ยุทธ์!”
สวี่เจินพูดอธิบาย
“เจ้ามั่นใจงั้นหรือ?”
สวี่หล่างถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“