บนก็เข้าสู่ช่วงโพล้เพล้แล้ว ดวงตะวันคล้อยอ่อนหลบไปหลังเส้นขอบฟ้าสร้างเป็นทิวทัศน์ยามเย็นที่งดงามออกมา
แสงยามเย็นนั้นส่องผ่านร่างของเฉินซีเวยและฉู่โม่ว ราวกับเป็นสายลมที่อบอุ่นที่กำลังแสดงความยินดีให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสองที่พัฒนามากขึ้น
ด้วยแสงสีทองอร่ามของยามเย็นเช่นนี้เอง สวนที่คุ้นเคย กลับกลายเป็นเหมือนดินแดนในฝันไปเสียแล้ว
“จะอ้วก… นกน้อยรับไม่ได้!”
บนต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง
อาไต๋อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ถ้อยคำของเธอเต็มไปด้วยความเอือมระอา
ใต้ต้นไม้ต้นเดียวกัน
เสี่ยวจินเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เจ้าทึ่มเอ๊ย!”
นกล่าสมบัติเหลียวมองไปยังอีกฝ่ายที่พยักหน้าก่อนจะหันไปมองฉู่โม่วอีกครั้ง แววตาของเธอเปี่ยมด้วยความอิจฉา “พ่อนักรัก เมื่อไหร่จะเป็นตาของฉันบ้างนะ?”
…
แสงจันทร์นวลผ่องอาบฟ้าเสมือนสายน้ำสีจาง
ฉู่โม่วออกมายังชั้นดาดฟ้าของคฤหาสน์
สายลมยามค่ำคืนนี้พัดเอื่อย มันค่อนข้างเย็นแต่ในขณะเดียวกันก็ค่อนข้างสบายตัวเลยด้วย
อาบด้วยสายลมเช่นนี้ หัวใจของฉู่โม่วก็รู้สึกหนาวสั่นเล็กน้อย
ขีดจำกัดทางธรรมชาติของเฉินซีเวยนั้นสูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
แต่ถ้าเทียบกับเหล่าผู้มีพรสวรรค์คนอื่น ๆ ในฐานขนาดใหญ่แห่งนี้ เธอก็ถือว่ายังด้อยกว่าอยู่มาก
ดังนั้น เพื่อให้หญิงสาวมั่นใจในตนเองและพยายามฝึกฝนต่อไป ของทั้งสามชิ้นที่นำไปให้นั้น จะช่วยให้ขีดจำกัดของเธอเพิ่มสูงขึ้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เฉินซีเวยสามารถทลายขีดจำกัดที