อยู่แล้ว
แม้ว่าจะเป็นค่ายกลเวทพื้นที่ต้องห้ามที่แกร่งกล้าขนาดไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้พลังเบาบางลงไปมากเช่นกัน
พลังระดับนี้ ลำพังเพียงปรมาจารย์ยุทธ์ทั่วไปก็สามารถทำให้บุบสลาย ๆ ไปอย่างง่าย ๆ
แต่…
ฉู่โม่วกลับรู้สึกว่าค่ายกลเวทนี้มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ เสมือนว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่เขตแดนหวงห้ามเสียทีเดียว แต่คัดกรองผู้ที่จะสัมผัสมันได้เสียมากกว่า
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาบางส่วนคลับคล้ายคลับคลากับกลิ่นอายของตัวเขาในปัจจุบันซะอย่างนั้น
ด้วยความรู้สึกนั้น ฉู่โม่วเผลอกระตุ้นอณูแห่งชีวิตและปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่จากทั่วทั้งร่างกาย ก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสกับพื้นที่ของค่ายกลเวทพื้นที่ต้องห้ามหวงห้ามนั้นเบา ๆ
เปรี๊ยะ!
เพล้ง!
จังหวะที่ฝ่ามือสัมผัสเข้าไปในพื้นที่ของเขตแดนค่ายกลเวท
วงแหวนเวทที่ปกป้องพื้นที่นั้นเอาไว้เกิดเสียงแตกร้าว ละอองสีทองฟุ้งกระจายออกมาเสมือนเกสรดอกไม้
และด้วยละอองสีทองที่ฟุ้งกระจายไปนั้น ผนวกกับเสียงดังที่เกิดขึ้น พลังของค่ายกลเวทพื้นที่ต้องห้ามก็หมดไปทันที
ทันใดนั้น
จากร่างไร้วิญญาณที่นั่งขัดสมาธิอยู่ จู่ ๆ ก็แสงประหลาดสาดส่องออกมา
เสียงที่ดังกังวาน ดังมาพร้อมกับแสงสว่างนั้น
“ค่ายกลเวทพื้นที่ต้องห้ามถูกทำลายลงแล้ว… ในที่สุด ผู้สืบทอดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ของข้าก็มาแล้วสินะ ข้าช่างภูมิใจเหลือเกิน ที่ท้ายสุดแล้วสำนักกระบี่สวรรค์ยังมีผู้สืบทอด!”
“ข้า… คือผู้พิทักษ์คนสุดท้ายแห่งสำ