ืออีกในเขตแดนลับนี้ ให้เด็กตระกูลสวี่ของฉันเข้าไป หากพวกเราได้ของดี ๆ กลับมา ตระกูลสวี่จะต้องยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมแน่!”
ได้ยินดังนั้น
แววตาของเหล่าผู้อาวุโสในห้องก็ดูจะเปี่ยมไปด้วยไฟ
พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันไป
พักหนึ่ง มีเพียงสวี่หล่างเท่านั้นที่ยังอยู่ภายในห้องนี้
เขาทุบโต๊ะระบายอารมณ์กับการพังข้าวของในห้องอยู่พักใหญ่
หลังจากที่ได้ระบายอารมณ์ออกไปบ้างแล้ว สวี่หล่างก็ค่อย ๆ นั่งลงไปในห้องที่ยุ่งเหยิงนี้ด้วยใบหน้ามืดดำ แต่แล้วจู่ ๆ ก็แสยะยิ้มออกมา “เดี๋ยวก่อนสิ!”
“ในตอนที่เด็ก ๆ ตระกูลสวี่ของฉันเข้าไปในเขตแดนลับแล้วชิงสมบัติภายในมาได้ก่อนละ? แบบนี้พวกหอการค้าหยกแก้วจะเป็นยังไง?”
“ทั่วทั้งฐานจินหลิงแห่งนี้ต้องเป็นของตระกูลสวี่แต่เพียงผู้เดียว!”
“ส่วนไอ้เจ้าฉู่โม่ว ฉันจะปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักหน่อยก็ได้!”
เสียงกระซิบแผ่วเบา
ผิดกับความชั่วร้ายที่ก่อตัวในแววตาของชายผู้นี้
…
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ
แต่เพียงชั่วพริบตา มันก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว
ทั่วทั้งฐานจินหลิงอยู่ในความสงบสุข จะมีก็แต่เหล่ากองกำลังต่าง ๆ ที่วุ่นวายอยู่กับเขตแดนลับเมฆาครามที่เตรียมจะเปิดให้เข้าไปด้านใน
“พวกตระกูลสวี่นั่นไม่ได้มาหาเรื่องฉันเลยนี่นา แปลกแฮะ”
ฉู่โม่วผู้เตรียมตัวมาตลอดหนึ่งเดือนรู้สึกประหลาดใจ
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ แม้เขาจะเริ่มวางมือจากการฝึกลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ประมาทเลยแม้แต่น้อย เ