“กฎสำนักเป็นเช่นนี้ จะให้ยกเว้นเพื่อตระกูลเซียวไม่ได้กระมัง?” ผู้อาวุโสหน้าม้าคนหนึ่งกล่าว ใบหน้าไม่ยิ้มแย้ม
อู๋จงซานกล่าว “พวกเราครั้งนี้ก็ได้ยกเว้นไปแล้ว อย่าลืมสิ สำนักศึกษาตำหนักจันทน์ของพวกเราสอนล้วนแต่เป็นอัจฉริยะ และอัจฉริยะก็คือการทำลายกฎเกณฑ์ หากพวกเราใช้กฎตายตัวมาผูกมัดพวกเขาไว้ตายตัว นั่นแหละคือจะเกิดปัญหาใหญ่จริงๆ”
“แต่หากเปิดบรรทัดฐานนี้ ในอนาคตอัจฉริยะของจวนขุนพลเทวะอื่นล้วนมาขอรับจะไม่ใช่กลายเป็นของดาษดื่นแล้วรึ?”
เฝิงเหวินเทียนเห็นทุกคนถกเถียงกันไม่หยุด คิดอยู่ครู่หนึ่งกล่าว “หรือว่า พวกเราให้เขาสองทางเลือก หนึ่งคือการสอนที่ตำหนักจันทน์ 1 ปี หนึ่งคือการดำรงตำแหน่งอาจารย์ในนามของตำหนักขาวดำของเรา เช่นนี้แล้ว คัมภีร์กระบี่นี้ก็ไม่นับว่าถ่ายทอดสู่ภายนอกง่ายๆ แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าสำนัก ทุกคนก็เงียบลง มองหน้ากันไปมา
ว่ากันเรื่องความเจ้าเล่ห์แล้วยังต้องเป็นท่านเจ้าสำนัก…
…
…
ข้างผาเสียดฟ้าของตำหนักจันทน์ ริมสระน้ำลึกแห่งหนึ่ง
เซียวเหยียนลงจากเขาผ่านมาทางนี้ เมื่อเห็นสระน้ำลึกสีมรกตนี้ รู้สึกว่ามีรสชาติอยู่บ้าง ในใจก็เคลื่อนไหว ก็กลับไปยังที่พักของศิษย์ในตำหนักจันทน์ หยิบกระดาษพู่