ๆ “อี้ฉวง ทำไมเธอถึงเอาแต่ปฏิเสธฉันตลอดเลย! มันเป็นเพราะอะไรกัน!”
“ก็เพราะฉันมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังไงล่ะ!”
สถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้หญิงสาวตัดสินใจพูดออกไปด้วยความเหนื่อยหน่าย
“อย่ามาโกหกฉันนะ อี้ฉวง!”
สวี่หมัวส่ายหน้าและพูดต่อ “ฉันสืบมาหมดแล้ว เรื่องของเธอน่ะ ตระกูลเจียงยังไม่ได้ให้เธอหมั้นหมายกับใครทั้งนั้น เพราะงั้นจะมาบอกว่ามีคู่หมั้นแล้วได้ยังไง! ฉันไม่เชื่อ! เว้นเสียแต่ว่าเธอจะเรียกไอ้ผู้ชายคนนั้นมาตอนนี้เลย! ถ้าเธอพูดจริง ฉันจะยอมปล่อยไปโดยที่จะไม่กลับมารังควานเธออีก!”
เขาพูดออกมาอย่างเด็ดขาดแน่วแน่ เพราะรู้ดีว่าเจียงอี้ฉวงนั้นไม่มีคู่หมั้นจริงอย่างที่กล่าวอ้างแน่นอน
“ฉันมีคู่หมั้นอยู่แล้วจริง ๆ นะ!”
เจียงอี้ฉวงยืนยันคำเดิม
หลังจากที่พูดไปเช่นนั้น สาวเจ้าก็หันมองไปรอบ ๆ หอการค้าหยกแก้ว และทันใดนั้น เธอก็พบเห็นฉู่โม่วที่นั่งอยู่ในเขตพักผ่อน แววตาของเธอลุกวาวและพูดขึ้นมา “นั่นไง คู่หมั้นของฉัน!”
“ว่ายังไงนะ!?”
สวี่หมัวหันมองตามที่เจียงอี้ฉวงชี้ แล้วก็พบชายคนหนึ่งนั่งทำตัวสบาย ๆ อยู่ที่เก้าอี้ในเขตพักผ่อน ผู้ที่มีรูปร่างดี หล่อเหลาและดูแข็งแกร่ง
แม้ภายในใจสวี่หมัวจะไม่อยากจะเชื่อ
แต่หลังจากที่ได้เห็นรูปร่างและท่าทีของฉู่โม่ว มันก็ทำให้คุณชายตระกูลสวี่ลังเลขึ้นมาบ้างแล้ว
“ร… เรื่องจริงงั้นเหรอ?”
สีหน้าของเขาเริ่มแสดงความอาฆาต
เจียงอี้ฉวงรีบเดินตรงไปหาฉู่โม่ว ก่อนจะคล้องแขนชายหนุ่ม