นด้วยความเป็นห่วง ทว่าเมื่อเห็นแขนและขาของช่ายเฟิงไร้ซึ่งการบาดเจ็บ ตัวเขาเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
“ใช่แล้วล่ะ”
ช่ายเฟิงที่กำลังอารมณ์ดีตอบและพยักหน้า
จากนั้นเขาก็ถามขึ้นต่อ “มีอะไรสำคัญ ๆ เกิดขึ้นหรือเปล่าช่วงที่ฉันพักผ่อนไม่กี่วันมานี้น่ะ?”
“อ๊ะ มีครับ! มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในฐานเมื่อวานนี้เองครับ!”
ผู้ปลุกพลังคนนั้นรีบเล่าข่าวลือที่กระฉ่อนเมืองให้หัวหน้าฟัง
หลังจากได้ฟังข่าวนั้นแล้ว ช่ายเฟิงก็ถึงกับผงะไปไม่ต่างกับคนอื่น
“คุณฉู่… สามารถฆ่านายพลเมืองได้จริง ๆ เหรอ?”
เขาได้เห็นพลังของนายพลเมืองมาด้วยตาตนเองแล้วในรอยแยกมิตินั้น พลังที่สามารถทลายภูผาและสลายแม่น้ำได้เพียงแค่ขยับตัวไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน! คนเหล่านี้มีพลังมากมายอย่างที่สมควรถูกยกย่องจริง ๆ!
แล้วฉู่โม่วก็ฆ่าคนที่มีพลังระดับนี้ได้เนี่ยนะ!?
‘ดูท่าความทิ้งห่างของคุณฉู่กับฉันมันคงจะเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าเลยสินะ’
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ภายในหัวก็คิดย้อนกลับไปเมื่อตอนพบกันในป่าด้วย
ในตอนนั้น ที่ฉู่โม่วได้ช่วยเขาเอาไว้ ลำพังแค่ตอนนั้น ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก็เหนือกว่าเขามาก ๆ แล้ว ทว่ามาในตอนนี้…
เพียงแค่จะมองหน้ายังต้องคิดหนักเลย!
แต่
ช่ายเฟิงก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรในฉู่โม่วอยู่แล้ว
กลับกัน เขายิ่งรู้สึกเคารพชายคนนี้และไฝ่ฝันว่าอยากจะแข็งแกร่งเหมือนกับฉู่โม่วอีกด้วย
“อา ไม่หรอก ฉันจะไปรู้จักคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไง?”
ผู้ฝึ