ยะร้อยเมตรรอบตัว อากาศกำลังถูกดูดเข้าไปรวมที่ร่างของฉู่โม่วเหมือนว่าเขากำลังดูดกลืนมันเข้าไป
“ไม่ดีแล้ว!”
รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของพลังนั้น เซี่ยเจิ้นเจียงก็หน้าถอดสี
เขารีบกลับตัวและถอยกลับ ขณะเดียวกันก็ยกแขนขึ้นมาเพื่อคอยป้องกันการโจมตีนั้นเข้าถึงตัวเขาด้วย!
ครืน!
ทันทีที่หมัดและแขนเข้าปะทะกัน
แทบจะเป็นวินาทีเดียวกัน เซี่ยเจิ้นเจียงก็สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่มาจากกำปั้นปะทะแขนเขาอยู่ มันทำให้เลือดบริเวณนั้นราวกับถูกเผาไหม้ก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นออกมา
หลังจากที่กระเด็นลอยไปหลายร้อยเมตร เขาก็ค่อย ๆ ตั้งตัวใหม่อีกครั้ง
“แกเป็นใคร? ทำไมถึงเข้ามาขวางฉันแบบนี้!”
เซี่ยเจิ้นพยายามปรับสมดุลอณูแห่งชีวิตในร่างใหม่อีกครั้ง เขามองไปยังฉู่โม่วที่มายืนตรงหน้า และถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จากการต่อสู้ก่อนหน้า แม้มันจะค่อนไปทางการเข้าหาทีเผลอ แต่จากการพลังของอีกฝ่ายที่ทำให้เขาต้องรีบถอย มันก็ทำให้เขารับรู้ได้ว่า ชายที่แข็งแกร่งตรงนี้อย่างน้อยก็น่าจะมีพลังระดับนายพลเมืองได้เลย!
แล้วคนแบบนี้ ทำไมถึงเลือกที่จะสู้กับเขาน่ะ?
ไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเคยไปหาเรื่องคนที่แข็งแกร่งระดับนี้มาก่อน?
คิดทบทวนแล้วทบทวนอีก เรื่องนี้ก็ยังทำให้เขาคิดไม่ตก ดังนั้น เซี่ยเจิ้นจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วถาม “ท่านผู้แข็งแกร่ง พวกเราเคยมีอะไรขัดใจหรือเข้าใจผิดกันมาก่อนหรือเปล่า?”
“ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่านายพยายามลงไม้ลงมือกับสั