ทุกคนจะรับรู้และตามเข้าไปทีละคน
เมื่อฉู่โม่วเดินเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ เขารู้สึกราวกับว่าเดินผ่านเยื่อบาง ๆ และเมื่อเงยหน้ามองอีกครั้งก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่ามีคนอื่น ๆ อยู่ด้วย พวกเขาต่างก็มองไปทั่วด้วยความตื่นตัว
“เราเข้ามาแล้ว ระวังตัวด้วย อย่าให้ใครรู้ตัว!”
เสิ่นจิ้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ พยักหน้า
แล้วพวกเขาก็เลือกทิศทางอย่างระมัดระวังและเริ่มออกเดินช้า ๆ ภายใต้การนำของเสิ่นจิ้น
ระหว่างทาง
เสิ่นจิ้นหยิบแผนที่ออกมา เขาเริ่มวางเส้นทางของที่นี่และบักทึกสัตว์อสูรทุกตัวที่พบระหว่างทาง
ไม่มีการพลาดข้อมูลอะไรทั้งสิ้น
“คุณซื่อ ผู้อำนวยการเสิ่นกำลังทำอะไรเหรอ?”
ฉู่โม่วสงสัยและกระซิบถามสีอิ้งที่อยู่ข้าง ๆ
“พี่เสิ่นกำลังวาดเส้นทางสำหรับการต่อสู้ของฝ่ายมนุษย์!”
สีอิ้งกล่าว “การปรากฏตัวของรอยแยกห้วงมิติเท่ากับการบุกรุกของสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน สำหรับมนุษย์แล้วนั่นคือหายนะ!”
“แต่ตราบใดที่มีพละกำลังมากพอจะฆ่าสัตว์อสูรในเขตแดนลับได้ ก็จะได้ดินแดนขนาดใหญ่ในรอยแยกนี้ด้วย… คิดดูสิ ถ้ามีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มากขนาดนี้มันจะมีทรัพยากรในการฝึกวรยุทธ์มากขนาดไหน?!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้
เขามองไปรอบ ๆ และกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ฉันกล้าสัญญาเลย ถ้าสัตว์อสูรในรอยแยกนี้ไม่ทรงพลังเกินไป พอกำลังเสริมจากฐานจินหลิงมาถึง พวกเขาจะฆ่าสัตว์อสูรที่นี่และควบคุมดูแลร