แยกหมวดหมู่ของมันเอาไว้
จนกระทั่งเสร็จ
“เอาล่ะ…”
“จะว่าไป ในที่รกร้างแห่งนี้ ทำไมพ่อหนุ่มลูกคุณหนูจากฐานจินหลิงถึงมาอยู่ ณ ที่แบบนี้พร้อมกับพ่อบ้านแม่บ้านได้นะ?”
“หรือว่าจะมีสมบัติบรรพกาลอะไรซ่อนอยู่หรือไง?”
จู่ ๆ ฉู่โม่วก็คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้
นึกถึงเรื่องที่อาไต๋เองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติบรรพกาลจากที่นี่ เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยอีกครั้ง
“ถ้างั้น… ไอ้สมบัติบรรพกาลที่ว่านั่นอยู่ไหนกันน่ะ?”
ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนที่สายตาจะไปจับจ้องอยู่ที่อาคารที่สงสัยมาตั้งแต่แรก เพราะการต่อสู้ก่อนหน้านี้ทำให้เขาเทเลพอร์ตตัวเองออกไปไกลจากที่นี่หลายร้อยเมตร
โชคยังดีที่ตัวอาคารที่ทรุดโทรมแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้นั้นไปด้วย
หรือจริง ๆ แล้วเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่อาคารทั่วไป? บางทีอาจจะเป็นสัตว์อสูร!
ตระหนักขึ้นมาแบบนั้น ฉู่โม่วก็เดินมาดู
เขาเข้าไปภายในอีกครั้งและตรวจสอบภายในตัวอาคารอย่างระมัดระวัง
ผ่านไปพักใหญ่ สีหน้าของฉู่โม่วก็ดูจะประหลาดใจกับอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาเดินตรงไปยังส่วนที่เป็นห้องรับแขกของอาคาร และตรงหน้าในตอนนี้มีเสาหินแท่งหนึ่ง ที่ดูจะเป็นเหมือนเสาที่คอยค้ำจุนอาคารหลังนี้อยู่
ที่ด้านนอกของเสาก็ดูเหมือนจะเป็นเสาทั่วไป
แต่ก็แค่ด้านนอก
เพียงแค่ฉู่โม่ววางมือลงไปบนผิว เขาก็รู้สึกได้ว่าเหมือนมือจะทะลุผ่านเข้าไปยังโลกอีกใบหนึ่งแล้ว
ชัดเจนเลยว่า นี่คือกลไกของโลกที่พรางอีกมิติหนึ่ง