กชิ้นน้อยอีกนับไม่ถ้วนระหว่างที่มันยังคงมีฤทธิ์ร้ายกาจ
ภายหลังจากที่กำจัดสัตว์อสูรที่คอยดูแลบ่อบงกชสวรรค์ม่วงทองแห่งนี้ไปแล้ว ฉู่โม่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาเก็บกระบี่กลับไปในฝักดังเดิม ก่อนจะขยับไปใกล้กึ่งกลางบ่อบัวตรงหน้า จ้องมองเป้าหมายอย่างบงกชสวรรค์ม่วงทองก่อนจะพบว่าเมล็ดของดอกบัวดอกนี้ยังไม่สุก
สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าดอกบัวดอกนี้สุกแล้วหรือไม่ ก็คือเมล็ดของมันและดอกบัวทั้งดอกก็จะเป็นสีม่วงทองงดงามอร่ามเห็นได้ชัด
แต่สำหรับบงกชสวรรค์ม่วงทองที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ เพราะมันยังไม่สุกงอมเต็มที่ มันจึงยังมีบางส่วนที่เป็นสีขาวปรากฏให้เห็นอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ
ทว่าก็เท่านั้น
จากการคำนวณของฉู่โม่วแล้ว มันน่าจะใช้เวลาไม่นาน อย่างมากก็สักสิบวันถึงจะแก่เต็มที่
“งั้นก็แค่รอไปก่อน!”
“ดูเหมือนว่าบ่อที่สามารถเพาะเลี้ยงบงกชสวรรค์ม่วงทองได้น่าจะเป็นแก่นแท้แห่งธรรมชาติด้วยสินะ แสดงว่ามันเองน่าจะเป็นยาดีด้วย… แบบนี้ฉันน่าจะฝึกฝนตนเองที่นี่ รอเวลาจนระบบกลืนกินพร้อมใช้งานแล้วก็กลืนกินหมูเขียวชอุ่มไปเลย!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
น้ำที่อยู่ในบ่อนี้คือ แก่นแท้แห่งธรรมชาติ เป็นแก่นแท้แห่งธรรมชาติที่กลั่นตนเองจนเข้มข้นระดับสุดยอดแล้วกลายสภาพมาอยู่ในรูปของของเหลว
เพราะงั้นมันจึงถือเป็นสิ่งที่อุดมไว้ด้วยอณูแห่งชีวิตที่เข้มข้นมากเลยทีเดียว
การที่บงกชสวรรค์ม่วงทองที่ซึ่งเป็นของหายากสามารถเติบโตได้ในบ่อน้ำเช่นนี้ มัน