่างเสมือนเป็นแรงกดดันที่ตรึงไม่ให้ชายหนุ่มหนีไปไหนได้
ไม่เพียงเท่านั้น ความเร็วของมันก็เรียกได้ว่าน่ากลัว
ขนาดตัวที่ใหญ่เช่นนี้ ไม่ได้ทำให้มันเคลื่อนที่ช้าเลย กำปั้นของมันเร็วน้อง ๆ กับความเร็วเสียงเลยด้วยซ้ำ!
แม้กำปั้นนั้นจะยังลงมาไม่ถึงตัว ลำพังแค่แรงลมที่พัดกดลงมา หากเป็นคนธรรมดาคงจะละเอียดไปกับพื้นดินที่พังทลายลงไปแล้ว
ตู้ม!
ความตกใจกลัวปรากฏขึ้นในแววตาของทุกคน
แขนขนาดใหญ่ที่นำพากำปั้นลงมานั้น ส่งกำลังเสริมเต็มที่จนเมื่อกำปั้นปะทะพื้น มันสร้างรอยแตกร้าวบนพื้นดินไปหลักสิบเมตรเลยทีเดียว แม้มันจะไม่ได้ลามไปถึงภายในตัวฐาน แต่ผู้คนที่ฐานก็สามารถรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนนี้และตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
รอยแตกนั้นลุกลามไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนมันจะไปหยุดที่หลายร้อยเมตรนับจากจุดศูนย์กลาง
“ฉู่โม่ว!”
ที่บนกำแพงฐาน
หัวใจของเฉินซีเวยสั่นระรัว เธอกำลังเป็นห่วงฉู่โม่ว
เขาจะสามารถรับมือสัตว์อสูรที่ร้ายกาจเช่นนี้ได้อย่างไร?
ทว่าตอนนั้นเอง
ใบหน้าที่เกรี้ยวกราดของวานรเผือกอัคนีเริ่มขมวดคิ้วช้า ๆ
มันกำลังรู้สึกว่า สิ่งที่กำปั้นของมันสัมผัสนั้น ไม่โดนมนุษย์เลย!
ร่างยักษ์หันมองรอบ ๆ เพื่อหาเป้าหมาย
อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่บริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันที่เกิดจากตัวมันเองเต็มไปหมด
ในจังหวะที่ก่อนกำปั้นจะทุบลงมาถึงตัว ฉู่โม่วใช้ย่างก้าวหมอกควันเพื่อหลบออกมาจากจุดนั้นก่อนหลายสิบเมตร แล้วก็ซ่อ