ว่าจะเป็นคนทั่วไปหรือผู้ปลุกพลัง ต่างตระหนักได้ถึงความน่าสะพรึงภายในใจ มันเป็นการต่อสู้ที่น่ากลัวเสียจนหลาย ๆ คนรู้สึกขนหัวลุก
“สัตว์อสูรที่น่ากลัวขนาดนี้… มันดูเหมือนไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะเอาชนะได้เลย!”
หลายคนเริ่มคิดในใจ
ท่ามกลางคนเหล่านี้ เฉินซีเวยดูจะหน้าซีดมากที่สุด เธอกำกระบี่ในมือไว้แน่น แต่แม้แต่พลังใจของเธอก็ไม่เหลือแล้ว ณ ตอนนี้
‘เฉินซีเวย เธอเองก็ฝึกฝนมาไม่น้อยเหมือนกันนะ แล้วทำไมไม่สามารถช่วยอะไรเขาในตอนนี้ได้เลยละ!?’
เธอโทษตัวเองในใจ
ขณะเดียวกันก็กังวลเรื่องฉู่โม่วไปด้วย
…
‘ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่!’
หลังจากที่ได้แต่หลบหลีกการโจมตีมาพักหนึ่ง ฉู่โม่วก็เริ่มรู้สึกได้ว่ากำลังกายของตนลดลงไปมากแล้ว
หากปล่อยให้สถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เขาจะต้องพ่ายแพ้ในไม่ช้าแน่ ๆ
‘เพื่อที่จะโต้กลับ!’
‘ต้องจับทางกระบวนท่าที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ให้ได้!’
‘ถ้าใช้ได้อีกครั้ง จะต้องทำให้เจ้าสัตว์อสูรนี่บาดเจ็บมากขึ้นได้แน่ ๆ!’
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตัดสินใจที่จะเลิกหลบหลีก
กลับกัน เขาเปิดใช้ห้วงมิติอีกครั้ง และพุ่งเข้าไปทางฝั่งของวานรเผือกอัคนีแทน
ตลอดเวลานั้นฉู่โม่วพยายามโจมตีสัตว์อสูรร่างใหญ่นี่อยู่ตลอด
“เจ้าหนอนแมลง เจ้าไม่สามารถทำอะไรข้าได้ทั้งนั้น!”
เห็นฉู่โม่วยังกล้าที่จะโจมตีตนโดยที่ไม่หลบการโจมตี วานรเผือกอัคนีก็ลุกขึ้นยืนนิ่ง ๆ ให้เขาโจมตีแต่โดยดี
ในสายตาของมัน
การดิ้นรนของหนอนแมลงตนนี้ ไม่สา