ม่สามารถยืนค้ำยันได้อีกต่อไป เขาพยายามถอยออกจากวงล้อมสัตว์อสูรด้วยร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือด
“สหาย… แค่ก! ฉัน… ทนไม่ไหวแล้ว… แค่ก ๆ! ถ้ายังไง… ฉันขอล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน!”
ขณะนั้นเอง
ชายวัยกลางคนผู้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ก็พูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก เขายิ้มและกระอักเลือดออกมา
“ไม่ต้องห่วงเพื่อนรัก ฉันไม่ปล่อยให้เจ้ารอที่โลกฝั่งนู้นนานนักหรอก!”
ข้าง ๆ เขามีชายสูงวัยอีกคนหนึ่งที่แขนหนึ่งข้างขาดไปแล้ว ตัวเขาหัวเราะออกมา ณ จังหวะนั้น ในขณะที่ภายในใจกำลังคิดจะเข้าไประเบิดพลังอณูแห่งชีวิตใส่สัตว์อสูรเหล่านั้นเช่นกัน
ได้ยินเช่นนั้น
ปรมาจารย์ยุทธ์วัยกลางคนก็หัวเราะออกมา “ผู้อาวุโสเจียงฮ่าว ตอนแรก ๆ ผมก็ไม่ชอบท่านสักเท่าไหร่หรอกนะ ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะได้เห็นท่านกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ เพราะงั้น… ผม เว่ยฮ่าวจิง ขอกล่าวขอโทษที่ได้ล่วงเกินท่านไป และยอมรับว่าท่านเองก็เป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครคนหนึ่งเช่นกัน!”
“เฮ้ย ๆ คิดว่าคนอย่างฉันต้องการความนับถือจากคนหนุ่มบั้นปลายอย่างแกหรือไงฟะ?”
ปรมาจารย์ยุทธ์สูงวัยนามว่าเจียงฮ่าวพ่นลมหายใจอย่างหยิ่งผยอง
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หยุดนิ่ง
พลังอณูแห่งชีวิตที่รุนแรงถูกกระตุ้นและส่งไปทั่วทั้งร่างกาย มันถูกรวบรวมดั่งเทียนชีวิตที่ยังไม่ดับมอด จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็วิ่งเข้าไปหาฝูงสัตว์อสูรอย่างไม่เกรงกลัว
หลังจากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดสองครั้งต