ที่จะเป็นพันธมิตรของเครือหอการค้าหยกแก้วดี
อีกฝ่ายจะต้องทรงพลังมาก หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นขั้นจอมยุทธ์!
หรือไม่ก็มีพรสวรรค์และอนาคตกว้างไกล!
ฉู่โม่วได้เป็นพันธมิตรตอนอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีพรสวรรค์ขนาดไหน
“พี่เฉียนชมกันเกินไปแล้ว น่าอายจริง ๆ!”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง
หลังจากนั้น
ชายหนุ่มกล่าวทักทายผู้อาวุโสซุนอู๋อีกครั้งและพูดคุยกันเล็กน้อย
ทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าฉู่โม่วไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร และรู้ว่าเป็นมิตรอัธยาศัยดี
ยิ่งทั้งสามพูดคุยกัน จนบรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายลงมากขึ้น และในไม่ช้าก็สนิทสนม
ระหว่างบทสนทนา
ฉู่โม่วนึกถึงเรื่องประหลาดที่ฐานฉางเฟิงได้ และคิดว่าผู้อาวุโสซุนอู๋ที่อาศัยอยู่ที่นั่นมาหลายปีคงจะรู้อะไรบางอย่าง เขาจึงถามออกไปด้วยความสงสัย
“อะไรกัน?” เมื่อเฉียนหยวนได้ฟังเรื่องราวจากฉู่โม่ว ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “พี่ซุน ที่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”
“เรื่องยาวนะนั่น!”
ซุนอู๋ผู้ยิ้มแย้มถอนหายใจออกมาหลังจากที่ได้ฟังเหตุการณ์ที่ฉู่โม่วเล่าให้ฟัง
เมื่อเดือนก่อน จู่ ๆ เหล่าสัตว์อสูรในบริเวณฐานฉางเฟิงก็โกลาหลมากกว่าปกติ
แม้แต่สัตว์อสูรทั้งหลายที่เคยอาศัยอยู่ในป่าลึกก็ปรากฏตัวขึ้นบ่อย ๆ และกระทั่งบุกเข้ามาในอาณาเขตของฐานหลายครั้ง
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของฐานฉางเฟิงไม่อาจมองข้ามได้
เพื่อสืบหาที่มา ทางฐานได้ส่ง