ีบหนีไปด้วยความหวาดกลัว
ส่วนพวกที่ไม่ได้หนีไปนั้นล้วนต้องตายทั้งสิ้น
ณ เวลาเที่ยงวัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเขตแดนภูเขาต้าสู่
และทันทีที่มาถึง นักเรียนจากฐานฉางเฟิงที่เข้าร่วมการทดสอบก็เดินทางมาถึงด้วยเช่นกัน
ต้องบอกเลยว่าในหมู่นักเรียนที่ฐานฉางเฟิงส่งมา ชายคนแรกที่มาถึงมีอายุราวสิบแปดสิบเก้าปี เขามองผู้คนโดยรอบด้วยความภาคภูมิใจ แล้วจึงเบะปากพร้อมกล่าวด้วยความดูถูก “ฐานลู่หยางนี่ใช่ไม่ได้ขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ตอนนี้ไม่มีใครต่อสู้ได้สักคนด้วยซ้ำ!”
ทันทีที่เขาพูดจบ
เหล่านักเรียนจากฐานลู่หยางก็หันไปมองค้อนทันที
“ว่าไงนะ?”
“กล้าพูดจาแบบนี้เลยเหรอ?!”
“นี่หาเรื่องกันหรือไง?”
“แกกล้าดูถูกพวกเราได้ยังไง พอการทดสอบเริ่มขึ้น ฉันจะทำให้แกรู้เองว่าหายนะมันเป็นยังไง!”
เหล่าผู้ปลุกพลังจากฐานลู่หยางกล่าวด้วยความเดือดดาล
แต่แล้ว
หลังจากที่พูดจบ พวกเขาก็ถูกนักเรียนจากฐานฉางเฟิงยั่วยุอีก
“ฝันไปเถอะ พวกแกยังอยากเอาชนะสวี่กวงอีกเหรอ? ไร้สาระ!”
“สวี่กวงคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานฉางเฟิงของเรา และเขาก็มีพรสวรรค์ด้านวิชากระบี่มาก ตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางและคงจะเข้าสู่ระดับสูงในไม่ช้า ฉันได้ยินมาว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดของแกเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์มีฝีมือกระบี่ระดับกลางเองนี่ เขาจะสู้สวี่กวงได้ยังไง?”
“ตลกสิ้นดี สวี่กวงคงไม่ต้องหยิบกระบี่ออกมาใช้ด้วยซ้ำ!”
“ฮ่า ๆๆๆ…”
นักเรียนจากฐานฉางเฟิงนั้นทะนงตัวเป็