กันปูพรมแดงมาต้อนรับเขากันให้พรึบพรับแน่ ๆ!
ส่วนในสถาบัน เขาก็อาจจะได้รับการเลื่อนขั้นไปยังคลาสพิเศษ!
แต่…
“มันทำแบบนั้นได้ซะที่ไหนเล่า…”
ฉู่โม่วส่ายหน้า
“ฉันที่ไม่เคยมีความสามารถ และถูกจดจำว่าเป็นคนธรรมดามาตลอด จู่ ๆ เปิดเผยเรื่องพลังระดับนี้ไป มีหวังได้ตกเป็นเป้าสายตาจากสังคมและถูกสงสัยขึ้นมาแน่ ๆ!”
หลังใช้ชีวิตในโลกที่ล่มสลายมาหลายปี ชายหนุ่มย่อมเข้าใจถึงธรรมชาติมนุษย์ได้ดีอยู่แล้ว เขาต้องกลายเป็นเป้าหมายของคนขี้อิจฉาอย่างแน่นอน
แม้ว่าหากทำแบบนั้นแล้วจะสามารถฝึกฝนได้อย่างเต็มกำลัง แต่มันก็เสี่ยงมากเกินไป!
“ตอนนี้ยังไงก็ต้องพึ่งระบบกลืนกินนี่ไปก่อน เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น!”
“ไว้ถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ได้แล้วค่อยว่ากัน! เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะไม่ต้องมาคอยกลัวใครทั้งนั้น!”
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็พยายามเก็บความตื่นเต้นเอาไว้
หลังจากปาดเหงื่อที่ไหลซึมตามร่างกายแล้ว เขาก็เดินออกจากห้องซ้อมและหยิบเอาเนื้อบางส่วนออกมาจากตู้เย็นเพื่อทำอะไรทาน
อาหารเกือบห้ากิโลกรัมถูกเขมือบไปจนหมดราวกับสายลมที่พัดผ่านอย่างรวดเร็ว
แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเขาอยู่ในช่วงฝึกฝน ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ ยิ่งทานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทดแทนพลังงานที่หายไปได้ดีมากเท่านั้น
นี่ขนาดเขายังไม่ถึงขั้นผู้ฝึกยุทธ์นะ
ฉู่โม่วได้ยินมาว่าเหล่าผู้ฝึกยุทธ์นั้น แม้จะเป็นขั้นต้นก็ยังต้องกินอาหารทีละเกือบห้ากิโลกรัมต่อมื้อหนึ่