ะไม่ได้เสียทีเดียว
มนุษย์ต่างมีชีวิตอยู่รอดได้เพราะพึ่งพาพลังของเหล่าผู้ปลุกพลัง
ต่อให้มีพลังเพียงน้อยนิด แต่นั่นก็มากพอแล้วที่จะทำให้เขาสามารถก้าวเดินเข้าไปในเส้นทางของเหล่าผู้ปลุกพลังได้
แต่มนุษย์ที่ไม่มีพลังอะไรเลย ในยุคแบบนี้ พวกเขาไม่มีค่าพอที่จะเป็นผู้รอดชีวิตด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้เจ้าของร่างเดิมจึงตัดสินใจที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพราะรู้ดีว่าตัวเขานั้นไม่มีพลังที่จะไปต่อในวิถีของผู้ปลุกพลังได้อย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงสามารถก้าวข้ามมาใช้ร่างกายนี้ได้
แกร๊ก!
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังระลึกความทรงจำของเขาอยู่นั้นเอง ประตูห้องของตนก็พลันเปิดออก
เขาเห็นเงาของบางสิ่งบางอย่างกำลังเดินเข้ามา หลังจากผลักประตูห้องเขาให้เปิดกว้าง
ร่างนั้นดูจะมีอายุราว ๆ สิบเจ็ดถึงสิบแปดปี ตัวสูง รูปร่างดี ผมแกละสองข้างหยักศกเหมือนปุยเมฆ สวมใส่ชุดสบาย ๆ แต่ก็ดูแปลกตา ข้อเสียอย่างเดียวเท่าที่เห็นได้ในตอนนี้ ก็คือการที่เธอดูจะเย็นชาอยู่สักหน่อย
เมื่อเห็นฉู่โม่ว หญิงสาวเพียงกล่าวทักทายอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “กลับมาแล้ว”
จากนั้นก็วางของที่ดูเหมือนจะเป็นของเขาลงบนโต๊ะ ก่อนจะกลับไปยังห้องตัวเอง
ในระหว่างนั้น อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรกับฉู่โม่วเลย รวมถึงไม่หันมามองเขาด้วย
ชายหนุ่มมองไปยังประตูที่อีกฝ่ายปิดให้ ด้วยความรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
ทว่าตอนนั้นเอง… ข้อมูลบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในห้วงความทรงจำของเขา
เฉินซีเวย
เธอคนนี้