มทั้งสามก้าวผ่านแรงกดดันของกระบี่เซียน ไม่แสดงความหวาดหวั่นใดๆ มุ่งหน้าสู่จุดสิ้นสุดแห่งความตาย“เฮ้อ……” หน้ากากหวังถอนหายใจยาว หันหน้าไปอีกด้าน ไม่อาจมองต่อไปได้“บางที นี่อาจเป็นโชคชะตาของหน่วยรบพิเศษ” อู๋เหลาโก่วสวมหมวกคลุม ยืนข้างกายหน้ากากหวังแล้วเอ่ยแผ่วเบา “ในยุคสมัยนี้ คนที่อยู่เคียงข้างกันจะมีสักกี่คนที่เดินทางมาถึงจุดสุดท้ายด้วยกันได้”จั่วชิงยืนอยู่ด้านหลังทั้งสอง จ้องมองเงาทั้งสามที่กำลังจะขึ้นสู่ยอดหอคอย มือที่ซ่อนใต้เสื้อคลุมบีบแน่น“ส่งฉันแค่นี้ก็พอแล้ว”อันชิงอวี๋ก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย ยืนอยู่บนยอดหอคอย ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ต่อจากนี้ ฉันต้องไปเองแล้ว……หัวหน้าหลิน”หลินชีเยี่ยยืนอยู่ข้างกายเขา สบตากันเนิ่นนาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักใจอันชิงอวี๋เดินเข้าไปชั้นบนสุดของหอคอย ยืนนิ่งภายใต้กระบี่เซียนสี่เล่มที่แผ่พลังสังหาร“เจ้าคิดดีแล้วหรือ?” จักรพรรดิหยกที่ยืนอยู่เหนือค่ายกลกระบี่สังหารเซียนเอ่ยขึ้น “เมื่อเริ่มค่ายกลกระบี่นี้แล้วเจ้าจะไม่มีทางย้อนกลับอีก”อันชิงอวี๋พยักหน้าอย่างสงบ“ครับ”จักรพรรดิหยกเห็นดังนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก มือทั้งสองยกขึ้น เส้นพลังวิญญาณกระจายอย่างรวดเร็วรอบๆ กระบี่เซียนทั้งสี่เล่ม ทันใดนั้นก็ปกคลุมหอคอยทั้งหมด!แสงกระบี่ไร้ขอบเขตรวมตัวเหนือศีรษะอันชิงอวี๋ ดวงตาค่อยๆ ปิดลง……ตูม!!ในขณะนั้น เสียงสนั่นดังออกมาจากข้างในหอคอย พื้นดินใต้เท้าทุกคนสั่นสะเทือนอย่า