งคำนับพวกเขาอีกครั้งประตูบ้านค่อยๆ ปิดลง พร้อมเสียงดังสนั่น อันชิงอวี๋ยืนอยู่คนเดียวข้างนอก พลางถอนหายใจ“ขอโทษครับ… พวกเรา รอถึงวันนั้นไม่ได้แล้ว”[คุณ… คุณกล้าพูดแบบนั้นเหรอ? รู้ทั้งรู้ว่าจะถูกมองเป็นนักต้มตุ๋น?] เจียงเอ่อร์ผุดขึ้นมาจากพื้น“เป็นนักต้มตุ๋นก็เป็นเถอะ” อันชิงอวี๋ยักไหล่ ส่งยิ้มใส่เธอ “อย่างน้อย ฉันก็ได้มาคารวะท่านผู้ใหญ่แล้ว”เจียงเอ่อร์ตกใจเล็กน้อย ใบหน้าที่เริ่มเลือนรางปรากฏรอยแดงระเรื่อ [ดีนี่ คุณคิดแผนนี้มานานแล้วสินะ!]“แล้วเธอจะบอกพ่อแม่ของเธอยังไง… เรื่องที่เธอจะไปแล้ว?”[ตอนที่คุณคุยกับพวกท่านเมื่อกี้ ฉันได้ทิ้งบางอย่างไว้ในบ้านแล้ว พวกท่านจะได้สบายใจ]อันชิงอวี๋พยักหน้า แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “อ้อ ฉันให้สินสอดไปแล้วด้วยนะ”[สินสอด? คุณให้สินสอดอะไรไป?]อันชิงอวี๋ยิ้มอย่างลึกลับ หมุนตัวเดินไปทางทะเลสาบเอ๋อร์ไห่[บอกฉันมาสิ ให้สินสอดอะไรไป?]“ไม่บอก”[นี่ บอกฉันสิ……อันชิงอวี๋! บอกฉันเถอะ……คุณให้อะไรกับพ่อแม่ฉัน? ฉันไม่เห็นเลย…]“ไม่บอก”“……”ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น คู่รักที่ใกล้จะสิ้นชีพคู่นี้ ค่อยๆ เดินห่างออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะ…พ่อของเจียงเอ่อร์เข็นวีลแชร์เข้ามาในห้อง แม่ที่อยู่ในลานบ้านมองเขาอย่างสงสัย “คุณจะออกไปเล่นไพ่นี่คะทำไมกลับมาแล้ว?”“เล่นไพ่อะไรกัน……” พ่อบ่นพึมพำ “ฉันต้องโทรหาลูกสาว ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย”“เธออยู่ในกองทัพ คุณโทรไปก็คงไม่รับหรอก”“โทรไปหลายๆ ค