หลินชีเยี่ยมองใบหน้าซีดเซียวของอันชิงอวี๋ ไม่รู้ว่าจะปลอบประโลมอย่างไรดีอันชิงอวี๋ทรุดลงโอบกอดโลงศพสีดำที่แตกหักด้วยท่าทางอ่อนแรง แล้วหมุนตัวเดินออกจากวัง ดวงตาสีเทาไร้ความรู้สึก ส่วนดวงตาปกติอีกข้างกลับแสดงความเศร้าหมองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหลินชีเยี่ย จักรพรรดิหยก และซีหวังหมู่ ไม่มีใครเอ่ยปากรั้งไว้ ได้แต่เฝ้ามองเขาอุ้มโลงศพเดินออกไปในสายฝนอย่างเงียบๆนอกวัง ก่วงเฉิงจื่อและไท่อี่เจินเหรินเห็นอันชิงอวี๋จากไป จึงหันกลับมามองในวัง ซีหวังหมู่พยักหน้าน้อยๆ ทั้งสองจึงรีบตามหลังอันชิงอวี๋ไปเมื่อร่างของอันชิงอวี๋หายไปในสายฝน ซีหวังหมู่จึงค่อยๆ เอ่ยขึ้น“ชีวิตของสตรีผู้นั้นไม่อาจเรียกคืนได้ ตอนนี้ปัญหาสำคัญอยู่ที่อันชิงอวี๋……เจ้าสัมผัสได้หรือไม่?”หลินชีเยี่ยนิ่งเงียบ มองตามร่างที่จากไปตั้งแต่ช่วยเหลืออันชิงอวี๋ในหมอก เขาก็สังเกตเห็นแล้วว่า อีกฝ่ายมีกลิ่นอายของคธูลูอย่างชัดเจน นั่นไม่ใช่การปนเปื้อน แต่เป็นกลิ่นอายคธูลูที่แผ่ออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ ซึ่งแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่มาจากตำนานคธูลูทั้งหมดที่หลินชีเยี่ยเคยพบมายังไม่อาจเทียบเคียงได้กลิ่นอายมนุษย์บนตัวอันชิงอวี๋เกือบจะหายไปหมดสิ้น……ตอนนี้เขาดูเหมือนสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่ก้าวออกมาจากตำนานคธูลู“เขาสัมผัสประตูสัจธรรมด้วยความเต็มใจ ดวงตานั้นก็เห็น ‘สัจธรรม’ ที่อยู่หลังประตู……ความรู้จากนอกโลกนั้นใหญ่หลวงเกินไป ใหญ่หลวงจนเพียงพอที่จะเป