่ฉันเห็นในนรก” หลินชีเยี่ยนึกถึงร่างในชุดเทาที่เดินอยู่ในหมอก พูดเสียงหนักแน่น “ถ้าไม่รู้ความจริงเรื่องชิงอวี๋ฉันก็ไม่สบายใจ ในเมื่อท่านไท่กงไม่พาเราไปสรวงสวรรค์เราก็ต้องหาทางไปเอง”เฉาเยวียนเห็นดังนั้นจึงพยักหน้า “ฉันเชื่อนาย”หลินชีเยี่ยรีบเดินออกจากห้องประชุม เฉาเยวียนกำลังจะตามไป ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง“พวกนายจะไปไหน?”เฉาเยวียนหันไปมอง เห็นใบหน้าเป็นห่วงของหลู่เมิ่งเหล่ย“ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่ได้ไปที่อันตราย” เฉาเยวียนเดินเข้าไปลูบหัวเธอเบาๆ พูดว่า “ผมจะไปตามหาพี่น้องของผม กลับมาแล้วผมจะไปหารุ่นพี่ที่ชมรมดาบนะ”เฉาเยวียนพูดจบก็จะเดินจากไป แต่นึกอะไรขึ้นได้จึงหันกลับมา“อ้อใช่… เรื่องที่ขอไว้ก่อนหน้านี้ก็ค้างไว้ก่อนนะ รอผมกลับมา อย่าเบี้ยวล่ะ”เมื่อพูดจบ เฉาเยวียนก็หยิบกล่องดำแล้วรีบตามหลังหลินชีเยี่ยไปท่ามกลางความมืดมิดของราตรี ร่างบางในชุดสีม่วงอ่อนที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องประชุมค่อยๆ จางหายไปจากหางตาของเฉาเยวียน“เฉาเยวียน นายอยู่เป็นเพื่อนเธอก็ได้นะ” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นขณะที่วิ่ง “แค่ไปสรวงสวรรค์เท่านั้นเอง ฉันไปคนเดียวก็ได้”“นายไม่ได้บอกเหรอว่ามีลางสังหรณ์ไม่ดีน่ะ แล้วอีกอย่าง… มันจะมีเหตุผลอะไรที่หัวหน้าหน่วยออกปฏิบัติการคนเดียว แล้วปล่อยให้สมาชิกหน่วยอยู่คุยเรื่องความรัก” เฉาเยวียนส่ายหน้า “ชิงอวี๋ก็เป็นพี่น้องของฉัน ฉันจะนั่งดูอยู่เฉยๆ ได้ยังไง”เมื่อหลินชีเยี่ยได้ยินเช่นนั้น