“……สรุปก็คือ มีมันแล้ว นายก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเคลื่อนไหวอีกต่อไป” เฉาเยวียนอธิบายคุณสมบัติทั้งหมดของรถเข็นในคราวเดียว ดวงตาเปล่งประกาย“เป็นไงบ้าง? จะลองเดี๋ยวนี้ไหม?”อันชิงอวี๋ได้สติกลับมา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน พยักหน้าพลางกล่าว“ได้ ฉันจะลองเดี๋ยวนี้แหละ”ภายใต้การช่วยเหลือของเฉาเยวียน อันชิงอวี๋นั่งลงบนรถเข็นสีดำ กำลังจะลองขับเคลื่อนมันไปข้างหน้า เฉาเยวียนก็พูดขึ้นทันที“เดี๋ยวก่อน!”อันชิงอวี๋เงยหน้ามองอย่างสงสัยเฉาเยวียนยื่นมือออกมา ดันรถเข็นของอันชิงอวี๋จากในห้องออกมาที่ลาน แล้วสวมหมวกกันน็อคให้อันชิงอวี๋เงียบๆ พร้อมกับรัดเข็มขัดนิรภัย หลังจากแน่ใจว่าคนจะไม่กระเด็นออกมา จึงพยักหน้า “เรียบร้อยแล้ว จำไว้ว่าให้ขับช้าๆ หน่อยนะ”อันชิงอวี๋ “…”อันชิงอวี๋โคจรพลังจิตเข้าสู่รถเข็น รถเข็นก็หมุนอย่างรวดเร็ว แรงขับเคลื่อนอันทรงพลังส่งผ่านมาจากพนักพิง พาอันชิงอวี๋พุ่งชนกำแพงฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว!อันชิงอวี๋ไม่คิดเลยว่าสิ่งนี้จะเร็วขนาดนี้ เพียงชั่วพริบตา กำแพงก็ขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้า เขารีบหยุดรถเข็น แต่ก็สายเกินไปแล้วโครม!!เสียงดังสนั่น กำแพงสูงถูกชนจนแตกเป็นรอยร้าวเหมือนใยแมงมุม อันชิงอวี๋และรถเข็นลอยไถลไปบนพื้นหลายเมตร ก่อนจะล้มลงกับพื้นฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เจียงเอ่อร์เห็นภาพนั้นก็ร้องอย่างตกใจ บินไปทางที่อันชิงอวี๋อยู่ด้วยความเป็นห่วง“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า……”ในขณะเดียวกัน เฉาเยวียนก็อดหัวเราะไม่ไ