์ราตรีที่เสียชีวิตในแนวหน้าทั้งหมด น่าจะถูกส่งไปยังค่ายของแต่ละหน่วยแล้ว……ฉากแบบนี้จะเกิดขึ้นในที่อื่นๆ มากแค่ไหนกันหลินชีเยี่ยไม่แน่ใจว่าวันนี้จะมีกี่คนที่ตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับหลี่เจินเจินและฟางโม่ แต่เขารู้ว่าหลังจากวันนี้ต้าเซี่ยจะมีทหารหน่วยพิทักษ์ราตรีหนุ่มสาวรุ่นใหม่อีกกลุ่มใหญ่ ที่จะก้าวข้ามช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปบนทางเดินหินที่หน้าสุสาน ร่างหนึ่งเดินโซเซมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ใบหน้าของหลี่เจินเจินซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ เธอสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มของตนเอง ก้าวช้าๆ เข้าไปในสุสานท่ามกลางสายฝนโปรยปราย“ตื่นแล้วเหรอ?”“อืม” หลี่เจินเจินเอ่ยเสียงแหบ “ฉันจะไปสลักป้ายหลุมศพให้พวกเขา……”หลินชีเยี่ยมองไปที่ร่างอิดโรยของหลี่เจินเจิน แล้วถอนหายใจ “ไปเถอะ ฟางโม่อยู่ข้างในแล้ว”หลี่เจินเจินเดินโซเข้าไปในสุสาน นั่งลงข้างๆ ฟางโม่ โดยที่ไม่รู้สึกถึงความเย็นของสายฝน หยิบสิ่วขึ้นมาและค่อยๆ สลักลงบนป้ายหลุมศพทั้งคู่สลักป้ายหินอย่างเชื่องช้า นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาไว้อาลัยให้กับรุ่นพี่ จึงสลักอย่างพิถีพิถันมาก กว่าจะสลักป้ายหลุมศพครบทั้งห้าป้าย ก็เป็นเวลาดึกดื่นแล้ว“ขอโทษนะ” เฉินหานยิ้มอย่างขมขื่น “มื้อค่ำวันนี้คงต้องกินอะไรง่ายๆ ไปก่อน”เดิมทีเฉินหานตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะให้กับหลินชีเยี่ยและเพื่อนๆ แต่ตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ งานเลี้ยงฉลองชัยชนะจึงต้องพับไว้ก่อน“ไม่เป็นไร ผมให้เฉาเ