งของซุสว่างเปล่าในพริบตาเลือดสีแดงฉานไหลลงมา ดวงตาของซุสค่อยๆ ฟื้นคืนสติ เสียงอ่อนใจของโครนอสดังขึ้น“ตอนที่เราขึ้นไปผนึกเทพคธูลูบนดวงจันทร์ เจ้ายังไม่ได้เป็นเทพสูงสุด และไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย ข้าก็เข้าใจได้ว่าเจ้าไม่รู้ถึงความน่ากลัวของพวกมัน……คราวนี้ เจ้าต้องลดทิฐิลงบ้าง”เขาเลื่อนไม้เท้าออกจากทรวงอกของซุส ร่างของอีกฝ่ายร่วงลงสู่พื้น พลางหายใจหอบถี่โครนอสปราดมองเขา แล้วค่อยๆ เอ่ยว่า “ตั้งแต่นี้ไป ข้าจะกลับมาควบคุมโอลิมปัส เจ้าจงนั่งไตร่ตรองตนเองที่หน้าผาก็แล้วกัน”สิ้นเสียง โครนอสก็หมุนตัวเดินจากไป เหล่าเทพหลักที่ถูกแช่แข็งในห้วงเวลาก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ มองรอบข้างด้วยความสับสน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นซุสนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำอย่างหมดท่า จ้องมองเงาหลังของชายชราด้วยความแค้นเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายฟ้าตกลงมาจากก้อนเมฆอย่างแม่นยำ ทันทีที่ฟาดลงบนตัวเขา กฎเกณฑ์อัสนีก็ทะลักท่วมทุกซอกมุมของภูเขาในพริบตา!“ขออภัยด้วย ท่านพ่อ” ซุสเช็ดเลือดบนใบหน้า ร่างอันแข็งแกร่งยืนหยัดอยู่ท่ามกลางทะเลสายฟ้า แผ่รัศมีน่าสะพรึงกลัว ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านแก่เกินไปแล้ว… โอลิมปัส ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ”เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากด้านหลัง ฝีเท้าของโครนอสก็หยุดลง เขาหันกลับมามองไปที่ยอดเขาดวงตาที่ชราภาพฉายแววตกใจ จากนั้นก็เป็นความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง……“เจ้า