ปบนท้องฟ้ามืดมิด เห็นเงาของดาวเคราะห์น้อยสามดวงที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ สีหน้าซีดเผือด“แย่แล้ว!” สมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีคนหนึ่งเอ่ยอย่างขมขื่น “แม้แต่จักรพรรดิหยกกับราชินีแห่งสวรรค์ก็ยังต้านดาวเคราะห์น้อยได้แค่ดวงเดียวอย่างยากเย็น สามดวงนี้ คงจะต้านไม่อยู่จริงๆ”“พูดอะไรท้อแท้แบบนั้น!” หงอิงถือหอกยาวจ้องเขม็ง “ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย จะยอมแพ้ได้ยังไง?”เวินฉีโม่มองไปยังสนามรบที่อยู่ไกลออกไป ถอนหายใจยาวการต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างจากการต่อสู้ที่มหาวิหารสวรรค์อินเดีย นี่คือการต่อสู้ระหว่างเทพที่แท้จริง เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่สามารถเรียกดาวเคราะห์น้อยมาพุ่งชนโลกได้ง่ายๆ แม้พวกเขาจะมีใจสู้ ก็ไม่รู้จะใช้กำลังต่อกรอย่างไรชัยชนะและความเป็นความตายไม่ได้อยู่ในมือพวกเขาอีกต่อไปในตอนนั้นเองร่างสีแดงเข้มสองร่างก็บินมาแต่ไกล เวินฉีโม่หันไปมอง เป็นอันชิงอวี๋และเฉาเยวียนที่เพิ่งพบกันไม่นานมานี้“พูดถูกแล้ว ตราบใดที่ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย ก็ยังยอมแพ้ไม่ได้จริงๆ”เฉาเยวียนถือดาบตรงเดินเยื้องย่างเข้ามาช้าๆ มาหยุดตรงหน้าทุกคน ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว “เดี๋ยวพวกนายยืนอยู่ข้างหลังฉันไว้”เมื่อได้ยินประโยคนั้น มอลลี่และอีกสองคนต่างตะลึงงัน “นายจะทำอะไร?”เฉาเยวียนไม่ตอบ เขาเพียงแค่หันไปมองอันชิงอวี๋ที่อยู่ข้างๆในสถานการณ์ตอนนี้ ต้าเซี่ยกำลังเผชิญช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด……ตัวแปรเดียวที่อาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการ