ี่มีเปลวไฟลุกอยู่บนแผ่นหลังคำรามออกมา เส้นสีดำเหล่านั้นพลันขาดสะบั้นเวินฉีโม่รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ราวกับสมองจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆตัวเขามีพลังแค่ขั้นมหาสมุทร ในระหว่างการต่อสู้ที่ต่อเนื่อง เขาควบคุมสัตว์อสูรข้ามระดับพลังมาตลอด ทำให้จิตใจถูกย้อนกลับไม่รู้กี่ครั้ง จนแทบทนไม่ไหว ตอนนี้แม้แต่สติก็เริ่มพร่าเลือนเหมียวซูฟันเคียวลงไป ฟันร่างหมาป่าเพลิงจนเกิดรอยแผลฉกรรจ์ หอกที่ล้อมรอบด้วยเปลวไฟสีกุหลาบและดาบใหญ่ฟันลงมาพร้อมกัน บังคับให้มันหยุดการเคลื่อนไหวแม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่หงอิงและคนอื่นๆ ก็ได้คิดค้นวิธีการต่อสู้แบบประสานงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเขา และด้วยการประสานงานเหล่านี้ ทำให้พวกเขายังคงยืนหยัดอยู่ในแนวป้องกันที่ 5 จนถึงปัจจุบันแต่เมื่อหมาป่าเพลิงตัวที่สองบุกเข้ามาในสนามรบ ความสมดุลทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา“ระวัง!” หงอิงที่เพิ่งถูกหมาป่าเพลิงตัวหนึ่งบีบให้ถอยหลัง เห็นหมาป่าเพลิงตัวที่สองพุ่งออกมาจากอีกด้าน จึงร้องตะโกน!เฉินลู่ที่กำลังถือดาบตรงเตรียมพร้อมอยู่ชะงักไป จากนั้นร่างท่อนบนก็ถูกงับด้วยปากที่เปื้อนเลือดที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับกระสอบทรายที่ถูกหมาป่าคาบขึ้นไปกลางอากาศ พลางกัดอย่างแรง จนเลือดสาดกระเซ็นม่านตาของหงอิงหดเล็กลง เธอคำรามออกมาเสียงดัง เปลวไฟสีกุหลาบลุกโชนขึ้นรอบกาย หอกลากไปบนพื้นทิ้งรอยไฟไว้ พุ่งแทงลำคอของหมาป่าเพลิงอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าหอกของหงอิงนั้นฉ